FMCP Students!

FMCP Students!
No one is too old to learn English!

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

ผลเสียของการหยุดอ่านหนังสือ...

i_love_reading_postcards-r97d66e6e6f634b08936367575b736ba6_vgbaq_8byvr_512

ตอนเรียน..เรา ก็อ่านหนังสือเรียน... พี่เมเข้าใจว่า มันน่าเบื่อมาก เพราะเราต้องอ่านในสิ่งที่เราไม่มีความสนใจในสิ่งนั้น  แต่เราต้องใช้สอบ เพราะฉะนั้น...ถ้าไม่อ่าน-ก็สอบตก
พอมีเวลาว่าง..บางคนก็เอาเวลาไปอ่านนิยาย เพื่อเบาสมอง
พอเราเรียนจบ..เจอหนังสือก็ไม่อยากแตะแล้ว...คิดแต่ว่าเราอ่านหนังสือมาตลอดสิบกว่าปี.. เราจะอ่านอีกทำไม
เมื่อใดที่เราหยุดอ่านหนังสือเมื่อนั้นความรู้เราจะอยู่กับที่--ดีไม่ดีจะหดน้อยลง
พี่ เมไม่ได้กล่าวถึงหนังสือเรียนนะ...พี่เมพูดถึงหนังสือจำพวก self-help ที่มุ่งในการพัฒนาความคิดตัวเอง และการทำตัวของตัวเองเพื่อเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม  ถ้าใครอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มความรู้ในงานของตัวเองอีกด้วย...คนนั้นจะไปไกล กว่าใคร

ดูตัวอย่างจากคนที่ประสบความสำเร็จรอบตัว...แต่ละคนมีนิสัยรักการอ่านทั้งสิ้น

อย่า เอาเวลาไปอ่านหนังสือนิยายเลย... ในความคิดเห็นของพี่เม  การอ่านนิยายก็เหมือนดูละคร  สร้างความเพ้อฝัน  พอเราอ่าน/ดู เรื่องนั้นจบ  เคยคิดมั้ยว่าเราได้อะไรดีๆ จากมันบ้าง  เราสามารถเป็นคนดีขึ้นมามั้ยหลังจากเราอ่านนิยายนั้นจบ  เวลาที่เสียไป..เราน่าจะเอาเวลานั้นไปทำอะไรเพื่อตัวเราเองได้บ้าง...

ความฉลาดของคน...วัดกันด้วยจำนวนหนังสือคุณภาพดีๆ ที่อ่าน

ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไร ทุกๆคนยังกำลังโตทางด้านความคิด  มีตั้งหลายพันเรื่องที่เราไม่มีความรู้
ยิ่งอ่านยิ่งรู้  ยิ่งรู้ยิ่งก้าวหน้า
มาเริ่มอ่านหนังสือกันเถอะ..

เรียนภาษาอังกฤษกับพี่เมที่ FMCP English ชลบุรี

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

British Slang vs. American Slang

การใช้ภาษาอังกฤษของเรานะ....สไตล์ไหน.. อเมริกันหรืออังกฤษ

โดย ปกติแล้ว...ทั้งสองภาษานี้ก็มีลักษณะการพูดและการเขียนคล้ายกัน--สำเนียงการ พูดอาจจะต่างกันหน่อย  แต่ที่ต่างกันเยอะที่สุดคือการใช้ Slang และการใช้ Idioms ที่พวกเนทีฟจะใช้กัน  นี่คือการเปรียบเทียบบางตัวระหว่างอังกฤษกับอเมริกัน ให้น้องๆ ลองทำความเข้าใจดู...

หลักการเปรียบเทียบสแลง USA vs. Britain (ตอนที่ 1)

British English

American English Slang 

ความหมาย

Tire is puncturedHave a flat tireอเมริกาจะไม่ใช้ว่ายางเป็นรู แต่จะบอกว่ายางแบน--จบ
Stand in QueueStand in a lineคิว เป็นคำจากประเทศอังกฤษแปลว่า แถว  ส่วนอเมริกันจะใช้ line แทน
Go to Petrol BunkGo to Gas Stationที่เมืองไทย เรามีทั้งแก๊ซกับน้ำมัน ที่อเมริกา ไม่ว่าจะเป็นแก็ซหรือน้ำมัน เขาก็เรียกว่าแก็ซ
Put a full stop at end of sentence.Put a period at end of sentence.จุดจบประโยค อเมริกันจะเรียกว่าเป็น period
I want to post this letterI want to mail this letterอเมริกันจะเรียกที่ทำการไปษณีย์ว่า post office แต่จะไม่เอา post ทาเป็นตัวกริยาที่แปลว่า ส่ง เขามักจะใช้ mail
I passed out in 2000 from Delhi UniversityI graduated in 2000 from Delhi UniverityPass out ที่อเมริกาแปลว่า สลบ ถ้ามาใช่ในประโยคนี้คนอเมริกาจะคิดว่าเธอสลบที่มหาลัย จบการศึกษา ใช้ graduated
We are used to saying  “hash” for symbol #In US, “#” means a pound symbol เรียกคนละอย่างกันเลย

รับสอนพิเศษ EP ชลบุรี

พี่เมเคยเป็นครูสอนในหลักสูตร EP จึงรู้ว่าปัญหาของการเรียน EP ของนักเรียนคืออะไร
confused
หนังสือเลขไทยเรียกอย่างนึง...หนังสือเลขอังกฤษเรียกอีกอย่าง...วิทย์ก็เหมือนกัน
แถมยังสอนเป็นภาษาอังกฤษอีก...

การเรียนแบบนี้ยังยากสำหรับผู้ใหญ่เลย...แต่นี่แค่เด็กนักเรียน อายุ 12-18 ปี

การ เรียนหลักสูตร EP กำลังเป็นที่ต้องการของทุกคน เพราะอาเซี่ยนจะมาอีกปีกว่า  การตื่นตัวเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษนับวันจะยิ่งมากขึ้น  แต่ถ้าเด็กเราไม่มีพื้นฐาน...การเรียนแบบนี้จะยากมาก

พี่เมจึงจัดคอร์ สสอนพิเศษหลักสูตร EP ของม.1-4 เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาของวิชาเลข และวิทย์ในระหว่างเทอม เพื่อเตรียมตัวสอบ เวลาเรียนในห้องจะได้เข้าใจจริงๆ
คอร์สเปิดรับสมัครรับนักเรียนแล้ว  คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

ฝึกเรียนภาษาอังกฤษจากข้อคิดเตือนใจ

คำศัพท์
plan:  วางแผน
breath: หายใจ
trust: เชื่อ
let go: ปล่อยวาง
what happens: เกิดอะไรขึ้น

บาง คน อย่างเช่น ครูเม ชอบวางแผนนั่น โน่น นี่ ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต้องใช้แผน A ถ้าเป็นอย่างนี้ ต้องเป็นแผน B  จบบางครั้งก็ลืมไปว่าชีวิตของเราเองยังกำหนดไม่ได้อะไร นับประสาอะไรจึงจะมากำหนดสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ข้อคิดเตือนใจนี้ แปลว่า...
เธอไม่จำเป็นต้องวางแผนทุกอย่าง บางครั้งก็เธอควรหยุด...หายใจลึกๆ  มีความเชื่อมั่น ปล่อยวาง แล้วดูซิ...ว่าจะเกิดอะไรขึ้น....

ท้าย ที่สุด...ทุกอย่างก็จะลงตัวเอง  ถ้ามันไม่ลงตัวอย่างที่คิดไว้..มันจะเป็นการลงตัวในแบบที่ดีที่สุดสำหรับ เรา  เราอาจจะไม่เข้าใจมันตอนนี้..แต่ต่อไปเราจะเข้าใจมันเอง...

พร้อมที่จะปรับปรุงภาษาอังกฤษ  คลิกที่นี่


วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ...เล่มไหนดี

มีหนังสือภาษาอังกฤษตั้งหลายเล่ม...

เดินไปอ่านเล่มหนาๆดีมั้ย  จะได้ดูไฮโซ


โห....น้องเอ๊ย....ไฮโซแล้วรู้เรื่องมั้ยเนี่ย...

 เรามาต่อจากบลอกที่แล้วที่พี่เมแนะนำให้เริ่มการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเพื่อปรับปรุงภาษาแบบสมบูรณ์แบบกัน...

ปัญหาแรก...ซื้อหนังสือที่ไหน...

ที่ไหนก็ได้คะ  ที่ขายหนังสือ----อ้าว... ม่ายช้าย   คือร้านหนังสืออะไรก็ได้ที่ขายหนังสือสไตล์เราคะ  พี่เมแนะนำร้านหนังสือ SE-ED ส่วนใครที่มีบุญวาสนาดี อาศัยอยู่ที่กรุงเทพ ก็จะ มีให้เลือกเยอะหน่อย

เลือกเล่มไหนดี....

พี่เมแนะนำให้เดินตรงไปที่มุมหนังสือภาษาอังกฤษ สำหรับเด็กๆ ก่อนเลย  ไม่ต้องอายใคร  เพราะด้านได้อายอดนะจ๊ะ  สาเหตุที่ให้ไปมุมนั้นก็เพราะว่าเราต้องหาหนังสือในระดับสบายๆของเราก่อน  แต่ละคนมีระดับสบายๆ ไม่เหมือนกัน  พี่เมจึงไม่อยากแนะนำหนังสือเล่มใดเป็นพิเศษ  เจอเล่มนึงให้เปิดอ่านน่าแรก ถ้าเราเจอคำศัพท์ที่ไม่รู้มากกว่า สองคำในหนึ่งบรรทัด ก็จงวางเล่มนั้นเสียแล้วไปหาหนังสือที่ชั้นระดับความยากต่ำกว่านั้น  

เอ...แล้วทำไมไม่เลือกเล่มที่มีคำศัพท์ยากๆเยอะๆละคะ....(ใครถามเนี่ย)

ก็เพราะว่า ตอนแรกที่เราซื้อมันเราจะภูมิใจ (เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน) แต่พอเปิดหน้าแรก...เราก็หลับ..หน้าที่สองนี่ไม่ต้องพูดถึง..เพราะน้องๆ คงจำไม่ได้แล้วว่าเก็บหนังสือไว้ในซอกไหนของห้อง

พี่เมเลยแนะนำให้ไปหาหนังสือที่ไม่ยากเกินความสามารถ เรื่องที่เราสนใจ พี่เมแนะนำขอเป็นเล่มบางๆก่อน  เพราะเราจะมีกำลังใจในการอ่านมันให้จบ  

เจอเล่มนั้นแล้วใช่มั้ย...  โอเคไปจ่ายตังค์  (ซื้อเล่มเดียวก่อน...อย่าซื้อหลายเล่ม..ไปทีละขั้นๆ)

ถึงแม้ว่าระดับเราอาจจะเบบี๋มาก ก็อย่าท้อ  เด็กฝรั้งอายุ ห้า ขวบ ยังเก่งภาษากว่าผู้ใหญ่ที่เป็นคนไทย ไม่ได้หมายความว่าเด็กเก่งกว่าผู้ใหญ่นะ  ก็มันเป็นภาษาแม่ของเด็กคนนั้นนะซิ  ดังนั้นเราเริ่มที่จะพัฒนาตัวเราเอง..ดีกว่าอายคนอื่นแล้วย่ำอยู่กับที่นะจ๊ะ

เอ้า...เสร็จแล้วมาสร้างนิสัยการอ่านกัน

หาเวลาชิวๆ ก่อนนอน, หลังตื่นนอน, อะไรก็ได้ซัก 10-15 นาที ให้เวลานั้นเป็นเวลาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษของเรา อ่านแค่สิบห้านาทีพอ  คำศัพท์ไหนไม่รู้ ให้เปิดดิกหา อ่านเสร็จแต่ละย่อหน้าให้ทำความเข้าใจกับเนื้อเรื่อง

ทำอย่างนี้ไปทุกวัน  ให้เวลาในการพัฒนานิสัยรักการอ่านหนังสือให้กับตัวเองเพียงวันละ 15 นาที

ทำได้มั้ย....พี่เมรู้ว่าทุกคนทำได้

พออ่านจบเล่ม...ให้อ่านอีกรอบ..ครั้งนี้เราจะอ่านเร็วขึ้น  พร้อมทั้งทวนศัพท์ไปด้วย

พอจบครั้งที่สอง....ไปเลี้ยงไอติมตัวเอง...เราพัฒนาตัวเองได้ระดับนึงแล้ว

กินไอติมเสร็จไปหาหนังสือเล่มใหม่ที่ยากกว่าเล่มเก่านิดเดียว....ย้ำ...นิดเดียว...

อย่าประมาทเป็นขาโจ๋  ไปขว้าหนังสือยากๆมา  อย่าลืมว่านิสัยคนใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนเพื่อที่จะให้เป็นนิสัยติดตัว...  ถ้าเรายังไม่ถึงขั้นนั้น..ตั้งใจปลูกนิสัยเราก่อนเถอะ

เล่มที่สอง...ใช้เวลา 20 นาทีต่อวัน

ทำไปเรื่อยๆ นอกเหนือจากเก่งภาษาอังกฤษแล้ว  เราจะมีความรู้ลึกซึ้งมาก....

พี่เมรับประกัน

เรียนภาษาอังกฤษกับพี่เมที่ FMCP English 
สาขาชลบุรี  โทร.082-471-0226


เคล็ด(ไม่ลับ) ในการเก่งภาษาอังกฤษ

การเก่งภาษาอังกฤษทำไม...มันย๊ากยากจัง

 

ไม่ยากหรอก...อังกฤษอะ.. แต่ที่การเรียนภาษาในสไตล์โรงเรียนมันค่อนข้างล้าหลังไปนิดนึง

ล้าหลังยังไงใช่มั้ย....

ท่องแกรมม่า....ท่องศัพท์....ท่องบทสนทนาภาษาอังกฤษ

เรียนอย่างนี้มาสิบกว่าปี....ไม่เห็นมีใครที่ใช้ภาษาอังกฤษได้เก่งจริงๆซักคน

เรียนเสร็จแล้วก็ลืม.....ทั้งๆที่แกรม่าเรียนซ้ำกันไปซ้ำกันมาทุกปีเลยอะนะ

ทั้งนี้ ทั้งนั้น ก็เพราะเราเรียนอย่างเดียว  ไม่เคยเอามาใช้เลย  หมายความว่าเราแยกภาษาอังกฤษมาเป็นส่วนๆ แกรมม่าเอย  คำศัพท์เอย  แต่ไม่เคยเอามารวมกัน  จะเอามารวมกันก็มีบ้างแต่ตอนสอบ...

เคยถามนักเรียนบ่อยๆว่าข้อสอบภาษาอังกฤษส่วนไหนยากที่สุด...คำตอบคือบทความ  

บทความมันยากเพราะคำศัพท์ และอีกทั้งเราไม่ได้อ่านภาษาอังกฤษบ่อย
พอเจอบทความยาวหน่อยก็ท้อแล้ว......

พี่เมว่าเราถึงเวลาที่จะเปลี่ยนรูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษได้แล้ว...

อยากเก่งภาษาแบบเนทีฟ...ก็ต้องเรียนแบบเนทีฟ

ฝรั่งเรียนพูดก่อน  แล้วเรียนอ่าน  พออ่านก็เจอคำศัพท์  ส่วนแกรมม่า...บอกตามตรง  พี่เมไม่เคยเรียนแกรมม่าซักตัวที่อเมริกา  เพราะอะไรรู้มั้ย  ฝรั่งเค้ารู้อะไรใช้ตอนไหนจากการพูดและการอ่าน  ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ชื่อของเทนส์  แต่ก็สามารถพูดและเขียนได้ถูกต้องได้

พี่เมเห็นการเรียนคำศัพท์ของน้องๆ ก็สลดใจ  มันทำให้อังกฤษดูน่าเบื๊อน่าเบื่อ...

พี่เมเลยอยากให้น้องๆ เรียนแบบใหม่ๆ กัน  มาฝึกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้เป็นนิสัย

เห็นอ่านนิยายกันเป็นเล่มๆ ลองมาอ่านเรื่องสั้นภาษาอังกฤษนิดนึง คงไม่ถึงกับชักหงิกๆหนอก  เชื่อเถอะ

คอร์สVOCAB ของพี่เมจะเป็น 2 in 1 นั่นคือ ฝึกการอ่านจับใจความ พร้อมคำศัพท์   อ่านเรื่องสนุกๆ เพลินๆ และทำให้ติดนิสัยการอ่านไปเลย (ผู้ใหญ่วัยทำงานก็ฝึกการอ่านได้จ้า)

เริ่มสนใจละซิ   

โทรสอบถามเวลาเรียนได้ที่ 082-471-0226
คอร์สเปิดเทอม 1/2557 ได้เปิดรับสมัครแล้วจ้า


วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556

ทดลองเรียนสนทนาภาษาอังกฤษกับพี่เม FMCP English


โปรโมชั่นสุด SUPER HOT--รับเมษายน






นักเรียนต้องโทรจองที่นั่งนะคะ  จำนวนจำกัด ไม่รับนักเรียนที่ไม่ได้คอนเฟริมไว้ก่อนนะคะ  เวลาและวันเรียนของแต่ละอาทิตย์จะไม่เหมือนกัน  กรุณาโทรถามรายละเอียดก่อนเข้าเรียนคะ  นักเรียนใหม่สามารถเข้าร่วมได้แค่ 1 ครั้ง 

ใครไม่เคยเรียนสนทนาภาษาอังกฤษ...แล้วชักสงสัย...มาลองเรียนเลยจ้า  แล้วจะรู้ว่าการเรียนสนทนานี้ไม่ยากและสนุกกว่าที่คิด!