FMCP Students!

FMCP Students!
No one is too old to learn English!

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เทคนิค(ไม่ลับ)ในการทำโทอิคพารท์ 7 แบบเร็วสุดยอด!

เทคนิค(ไม่ลับ)ในการทำโทอิคพารท์ 7 แบบเร็วสุดยอด!

เทคนิค(ไม่ลับ)ในการทำโทอิคพารท์ 7 แบบเร็วสุดยอด!

พารท์ 7-- เป็นพารท์ที่ทำกันไม่ทันทุกคน...

น่าเสียดายคะแนนสุดๆ เพราะพารท์ 7 นี้  อันที่จริงง่ายกว่าพารท์ 5-6 มากมาย..

ก็เพราะคำตอบของพารท์ 7 มันจะอยู่ในบทอ่าน ถ้าแบ่งเวลาพอก็จะเจอ  แต่ปัญหาก็อยู่ตรงนี้..ไม่มีเวลาพอ 

คนคิดข้อสอบโทอิคถึงจำกัดเวลาแค่ 2 ชม.ไง   ถ้าให้เวลาทั้งวัน--ก็คงได้คะแนนเต็มกันหมดทุกคน

ครูเมเลยมีเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่ได้ผลอย่างมากมายในการทำพารท์นี้  เอ้าเตรียมพร้อม!
  1. พารท์ 7 ใช้เวลา 55-60 นาที  ใช่--มีตั้ง 13-15 บทความ  ถ้าให้เวลากับมันน้อยกว่านี้--คุณจะทำไม่ทันแน่  ตัวโกยคะแนนด้าน Reading คือพารท์นี้--ให้ความสำคัญมันหน่อยนะ
  2. ให้ความสำคัญกับคำที่คุณรู้ความหมาย  ง่ายๆ นะ คือ คำที่คุณรู้มันมีมากมาย มากกว่าคำที่คุณไม่รู้  ในเมื่อคุณไม่ได้ไปศึกษาคำนั้นมา--ก็อย่าไปเสียเวลากับมัน  ให้ใช้คำที่คุณรู้มาดูความหมายโดยรวมดีกว่า  ไม่มีใครใรโลกนี้ที่รู้ความหมายของคำศัพท์ทุกคำ--ขนาดเจ้าของภาษาเองยังรู้ ไม่หมดเลย!
  3. อ่านดูหัวข้อโจทย์นิดนึงว่าคุณกำลังจะอ่านเรื่องอะไร  โฆษณา? บทข่าว? หางาน?  จะได้พอกะได้ว่าเนื้อเรื่องจะไปแนวไหน
  4. อ่านไป คิดไป  เนื้อบทความที่โทอิคหามานั้น เป็นบทความที่สามารถเห็นเจอในชีวิตจริง  ถ้าจนมุมเมื่อใด..ให้นึกถึงสถานการณ์จริงแล้วหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุด  อย่าหลับตาเดา
  5. อ่านทำความเข้าใจกับประโยคแรกของแต่ละย่อหน้า  เพราะประโยคแรกจะเป็นตัวบ่งบอกว่าที่เหลือในย่อหน้านั้นจะพูดถึงอะไร  เรื่องนี้สำคัญมากเพราะพอคุณรู้ว่าย่อหน้าไหนพูดถึงอะไร เวลาคุณอ่านโจทย์คุณก็จะรู้ทันทีว่าต้องอ่านย่อหน้าไหน  ไม่ใช่เอะอะๆก็เริ่มย่อหน้าแรกทุกครั้งไป---ตัวนี้ประหยัดเวลาได้ตั้ง 60%!
จงเอาทั้งหมดนี้ไปใช้ในการทำข้อสอบโทอิคแล้วคุณจะออกจากห้องสอบพร้อมกับอมยิ้ม--
เพราะทำข้อสอบทัน แถมถูกอีกต่างหาก!

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เหตุผล 6 อย่างที่ทำให้คุณยังเขียนอีเมล์ไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่เขียนอีเมล์ภาษาอังกฤษทุกวันๆ

เหตุผล 6 อย่างที่ทำให้คุณยังเขียนอีเมล์ไม่รู้เรื่อง

ทั้งๆที่เขียนอีเมล์ภาษาอังกฤษทุกวันๆ

เหตุผล 5 อย่างที่ทำให้คุณยังเขียนอีเมล์ไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่เขียนอีเมล์ภาษาอังกฤษทุกวันๆ
อยากรู้มั้ย  ว่าถึงแม้ว่าคุณเขียนอีเมล์ทุกวันๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณมีทักษะในการเขียนที่ดี 
เคยมั้ย??  เขียนอีเมล์แล้วถูกส่งกลับ  ถูกถามหลายครั้งเพราะไม่เคลียร์จากลูกค้าและบอส

KruMae เห็นการเขียนอีเมล์มามากมาย และรวบรวมเหตุผลที่เรายังเขียนอีเมล์ไม่ถูกต้องซักที

  1. เขียนใช้เทนส์ผิดๆ ถูกๆ   ภาษาอังกฤษให้ความสำคัญในการใช้เทนส์ที่ถูกต้องเพราะมันสำคัญมากกกก   ลองนึกดู ถ้าลูกค้าถามถึงการส่งของ  เราบอกว่าส่งไปแล้ว  ทั้งๆที่ยังไม่ได้ส่งแต่ใส่เทนส์ผิด--คงงงกันสนุกไปเลย  เพราะฉะนั้นครูเมแนะนำให้ดูเทนส์ที่เค้าใช้  เค้าใช้เทนส์ใด  เราใช้เทนส์นั้น แล้วจะผิดผลาดน้อยกว่าพิมพๆไป ไม่ได้ดูเทนส์เลย
  2. แปลไทยเป็นอังกฤษ...จ๋าเลย   เมอ่านแล้วก็สามารถแปลได้ตามตัว  ภาษาอังกฤษมันมีรูปแบบเหมือนภาษาไทยขนาดนั้นเลยเหรอ?   ถ้าเขียนให้คนไทยด้วยกันอ่าน  ก็คงเข้าใจ  แต่ถ้าเขียนให้ลูกค้าหรือบอส--เราจะเสียเครดิตหมดนะ 
  3. ไม่ใช้ period หรือจุด full stop   เขียนไปเรื่อยๆเหมือนเขียนภาษาไทย   ภาษาอังกฤษมีการเริ่ม จบประโยคเพื่อป้องกันการสับสนของข้อความ  เราควรเคารพกฏของภาษาอังกฤษและใช้ให้ถูกต้อง  นอกเหนือจะอ่านง่าน เข้าใจง่าย แต่มันจะลดความปวดหัวให้คนที่รับอีเมล์เรา
  4. เขียนแต่น้ำ--เนื้อจริงๆมีนิดเดียว--  ทำเหมือนขายอาหารข้าวแกงที่มีแต่น้ำ   นิทานการเล่าเรื่องเก็บไว้เขียนอีเมล์ส่วนตัว  ถ้าเขียนอีเมล์ในที่ทำงาน  เขียนให้ได้ใจความสั้นๆ พอ  เพราะไม่มีใครอยากอ่าน และไม่มีใครมีเวลาอ่านข้อความยาวๆของเรา--โดยเฉพาะบอสของเรา  อีกอย่าง--ถ้าเราไม่มั่นใจภาษาของเราก็อย่าเขียวยาว..ยิ่งเขียนยาวยิ่งมี โอกาสผิดเยอะ
  5. ลอกการเขียนมาผิดๆ  ครูเมเคยถามนักเรียน...ทำไมเขียนแบบนี้  ก็มักได้คำตอบว่า..ก็เค้าเขียนกันมาอย่างนี้   ถ้าเราไม่หยุดดูนิดนึงว่าสิ่งที่เราลอกมาใช้เนี่ย  ถูกหรือผิด เราก็จะจำแบบผิดๆมาใช้ พอถึงเวลาแก้ก็แก้ยาก เพราะนิสัยการเขียนนั้นฝังลึกไปแล้ว
  6. ใช้ Google Translate แปล  กูเกิ้ลต้องถูกซิ--จริงเหรอ?  กูเกิ้ลก็คือคอมพิวเตอร์  สมองมนุษย์สร้างคอม  คอมไม่ได้สร้างมนุษย์  และอีกอย่าง เราจะไม่มีวันได้เรียนรู้ทักษะในการเขียนถ้าไม่เคยเขียนของตัวเอง
ทักษะ การเขียนอีเมล์แบบงูๆปลาๆนั้นจะสามารถใช้ได้ในตำแหน่งปัจจุบัน แต่ถ้าอยากได้รับการโปรโมทในตำแหน่งที่สูงขึ้น เราต้องฝึกการเขียนอีเมล์ที่ถูกต้อง ชัดเจนและเข้าใจง่าย  เพราะคงไม่มีบริษัทใดอยากให้ผู้จัดการในบริษัทเขียนอีเมล์แบบขอไปทีในฐานะ ตัวแทนของบริษัทนั้นๆ นะ

ฝึกการเขียนให้ถูกต้อง บอสอ่านก็จะแอบประทับใจ อีกทั้งทำให้การสื่อสารนั้นราบรื่นขึ้น

ทักษะ นี้สามารถฝึกได้เอง หรือสามารถฝึกในคอร์ส Business E-mail Writing วันเสาร์ 9.00-12.00  ติดต่อครูเมได้ที่ 082-471-0226 หรือไลน์ maemew

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คำถามเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษที่ KruMae เจอบ่อย--เรียนกี่ครอส์ถึงจะเก่ง?

คำถามเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษที่ KruMae เจอบ่อย--เรียนกี่ครอส์ถึงจะเก่ง?

questions
ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบได้ยากมาก---

ไม่ ใช่เพราะ KruMae ไม่มั่นใจในหลักสูตรของสถาบัน FMCP English... แต่เมไม่มั่นใจในความพยายามและพื้นฐานทักษะทางภาษาของคนถาม  เพราะคนที่ถามส่วนใหญ่จะถามผ่านโทรศัพท์ หรือไลน์
การถามคำถามแบบนี้เปรียบเหมือนกับว่า..เราไม่สบาย..เราโทรไปหาหมอ  แล้วบอกอาการ แล้วถามว่าจะหายเมื่อไร
หมอ ยังไม่เห็นคนไข้  ไม่ได้ตรวจสอบอาการเอง  ในการที่เราไม่สบายอาจเป็นได้หลายอย่าง..แล้วจะมีหมอคนไหนกล้าการันตีว่าเรา จะหายได้กี่วัน กี่เดือน..

 ภาษาอังกฤษก็เช่นกัน 

ถ้าคนนั้นเค้าสัญญาว่าเราจะเก่งภายในกี่เดือน ทั้งๆที่ไม่เคยทดสอบพื้นฐานของเรา รวมทั้งดูถึงการฝึกฝนนอกห้องเรียน--นักเรียนต้องระวังคนพวกนี้ให้ดีๆ  เค้าอาจจะตั้งใจขายคอร์สเพื่อทำยอดมากกว่าดูแลความต้องการของเราจริงๆ  ครูเมเตือนเลยนะ ว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ทักษะที่ฝึกกันได้แล้วเก่งในไม่กี่เดือน (ไม่อย่างนั้นจะไปเรียนต่างประเทศกันทำไม)

ถ้าตั้งใจจะเก่งภาษาอังกฤษ--นัก เรียนต้องฝึกให้บ่อยที่สุด  หมายถึงในห้องเรียนและนอกห้องเรียน และต้องทำความเข้าใจในการเรียนภาษาว่าใช้เวลาพอสมควร  ไม่ใช่ว่าอยากจะเอามาใช้เมื่อไหร่--แล้วค่อยมาเรียน   ครูเมบอกตรงๆ ว่าเราจะไม่มีทักษะภาษาทันใช้แน่

เพราะฉะนั้น--ถ้าอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะเก่ง  ให้ดูที่พื้นฐานเรา ถ้าไม่แน่ใจให้มานัดเจอกับครูเม ครูเมจะเทสให้ฟรี!  และดูเวลาในการฝึกฝน รวมถึงเลือกคอร์สที่ตอบโจทย์ในเวลา และวันที่เราสามารถมาเรียนได้  KruMae แนะนำคอร์สสไตล์บุฟเฟต์ สำหรับคนที่มีเวลาพอสมควรในการเรียนภาษา เพราะได้เรียนถี่มาก และคุ้มค่ามากมาย

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สอบก.พ.ผ่านทุกวิชา--ยกเว้นโทอิค ทำอย่างไรดี?

สอบก.พ.ผ่านทุกวิชา--ยกเว้นโทอิค ทำอย่างไรดี?

สอบก.พ.ผ่านทุกวิชา--ยกเว้นโทอิค ทำอย่างไรดี?
สอบก.พ.ผ่านทุกวิชา--ยกเว้นโทอิค ทำอย่างไรดี?

โทอิค---ไปไหนก็หนีไม่พ้นจริงๆ

หลายคนนึกว่าข้อสอบโทอิคเป็นสิ่งที่อ่านๆไปแล้วก็สอบได้..
จริงหรือ?  ใครที่พูดแบบนั้นแสดงว่าไม่เคยสอบโทอิค จึงไม่เข้าใจตัวข้อสอบของมัน
ในกรณีล่าสุด  นักเรียนคนนึงเริ่มเครียด เพราะสอบทุกวิชาผ่าน--ขาดแต่โทอิค  และเค้าเรียกตั้ง 500 --จะทำอย่างไรดี?
เรียก 500 นี่ ถือว่าน้อยนะ  บริษัทเอกชลจะเรียกอย่างน้อย 550 ด้วยซ้ำไป...
เม แนะนำให้เริ่มหาสถานที่ๆเป็นผู้เชี่ยวชาญในการติวโทอิคแบบ FMCP English ที่มีช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จมาแล้ว ไม่ควรหาหนังสือมาติวเองเพราะการติวเองนั้นจะใช้เวลานาน และจะไม่ได้เทคนิคในการทำข้อสอบที่ครบถ้วนเมื่อเปรียบเทียบจากครูที่ผ่านการ สอบมา รวมทั้งได้ติวข้อสอบเป็นสิบกว่ารอบ จนเข้าใจตัวข้อสอบอย่างแท้จริง และสามารถอธิบายให้เราเข้าใจได้ง่าย

เอ..ควรเรียนเดี่ยวหรือกลุ่มดี?

ถ้า ให้ชัวร์---ควรเรียนเดี่ยว เพราะเป็นการเจาะจุดอ่อนของเราอย่างแท้จริง รวมทั้งเราสามารถเลือกเวลาในการเข้าติวได้ (เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัดในการติวโทอิค)
ส่วนการเรียนเป็นกลุ่ม นั้น--เพมาะสำหรับนักเรียนที่มีเวลาเพียงพอในการติวและการสอบ  ค่าใช้จ่ายก็จะน้อยกว่าเดี่ยว แต่ต้องหมั่นเตือนตัวเองในการฝึก และการทำการบ้าน

คำถามสำคัญที่สุดในชีวิตผู้ปกครอง--ให้ลูกเรียนหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตร EP ดี

คำถามสำคัญที่สุดในชีวิตผู้ปกครอง--ให้ลูกเรียนหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตร EP ดี?


คำถามสำคัญที่สุดในชีวิตผู้ปกครอง-- ให้ลูกเรียนหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตร EP ดี?

หน้าที่ของผู้ปกครอง--คือ การเลือกการเรียนที่ดีที่สุดให้ลูก   แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าการเรียนแบบไหนจะดี ในเมื่อระบบการศึกษาสมัยนี้นั้นต่างกับที่เราเรียนมาอย่างมากมาย.
สมัยนี้มาทั้ง EP, หลักสูตรสองภาษา,หลักสูตรภาคอินเตอร์, GIFTED และอย่างอื่นอีกมากมาย..
บาง คนเลือกในหลักสูตรที่ตนคิดว่าลูกจะให้ได้..ก็คือสายที่ตนเคยเรียนมา  เรื่องนี้ต้องระวังเพราะ สมัยผู้ปกครองนั้น--ไม่มีทางเลือกหลักสูตรขนาดนี้    ความเป็นไปของโลกสมยก่อนนั้นแตกต่างจากสมัยนี้อย่างสิ้นเชิง

เมมีผู้ปกครองหลายคนโทรมาปรึกษาเมด้านนี้  เมแนะนำว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะผู้ปกครองต้องคุยกับใครก็ได้ที่ทำงานในบริษัท หรือทำการสอนโดยตรง เพราะเค้าจะเห็นความต้องการในการใช้วิชาหรือทักษะนั้นๆ โดบตรง..
การที่ลูกจะอยากเป็นอะไรนั้น--เป็นสิ่งที่เด็กเองก็ไม่รู้ แต่ได้ยินมาว่าผู้ปกครองว่าอะไรดี--เค้าก็เลือกอย่างนั้น  เมจึงแนะนำให้ผู้ปกครองเลือกสร้างพื้นฐานให้เค้า ดีกว่าวางแผนจนจบมหาลัย--เพราะถ้าเด็กเกิดเปลี่ยนใจทีหลัง เด็กก็ยังมีพื้นฐานในการประกอบอาชีพที่เขาชอบ

 เมจึงแนะนนำให้ผู้ปกครองเริ่มการเรียนภาษาของน้องตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงชั้นม. 3   ให้น้องเรียนภาษาอังกฤษพร้อมกับภาษาไทย ยิ่งเรียนตอนเด็กๆยิ่งดีเพราะน้องจะสามารถซึมซับภาษาได้อย่างเร็วและลึกซึ้ง กว่าตอนเรียนเมื่อเป็นผู้ใหญ่  มีนักเรียนหลายคนที่เรียนภาษาตั้งแต่เด็ก  พอขึ้นม.ปลายก็เปลี่ยนเป็นหลักสูตรปกติ แต่ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษนี้--ถึงจะอ่อนกว่าที่เคยเป็นตอนเรียนหลักสูตร ภาษา  แต่เค้าก็เก่งกว่าเด็กที่เรียนหลักสูตรปกติมาตลอด--อย่างมากมาย

ส่งเสริมด้านภาษา--แล้วลูกของคุณจะได้เปรียบกว่าใคร--

ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็ตาม!

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

5 วีธีในการเตรียมตัวเตรียมใจ---เพื่อสมัครงานใหม่ในปี 2558

5 วีธีในการเตรียมตัวเตรียมใจ---เพื่อสมัครงานใหม่ในปี 2558

วีธีเตรียมตัวเอง---เพื่อสมัครงานใหม่
ช่วง 2-3 เดือนนี้--ก่อนสิ้นปี  หลายๆคนกำลังเตรียมตัวสมัครงานใหม่หลังจากตัวเองได้รับโบนัส  ซึ่งครูเมว่าไม่ผิดอะไร  เพราะบริษัทก็สร้างกฎของโบนัสเพื่อให้เราได้อยู่ได้นานที่สุดเหมือนกัน  โดยเฉพาะการที่เราทำงานที่ใหม่จะทำให้เราได้รับความท้าทายในหน้าที่การงาน การวางตัวในสังคม และบังคับให้ตัวเองพัฒนาทักษะที่มีอยู่ ไม่ให้น้อยหน้าใคร--
ช่วงเวลานี้จึงสำคัญกับการเตรียมตัว เตรียมทักษะของตัวเอง..พอปีใหม่เข้ามา..เราจะได้สมัคร และได้งานก่อนคนอื่นที่พึ่งมาเตรียมตัวตอนที่งานดีๆถูกเอาไปหมดแล้ว..

ครูเมมีวิธีเตรียมตัวเองให้ทุกคนฝึกใช้เพื่อเพิ่มโอกาสในการหางานที่ดีและเงินเดือนที่สูงขึ้น

  1. ปัดฝุ่นเรซูเม่ของตัวเอง    แต่งเติมเรซูเม่ให้ดี  เพิ่มข้อมูลปัจจุบัน  หมั่นเปรียบเทียบสไตล์การเขียนของตัวเองและคนอื่น  และถ้าสามารถเพิ่ม Reference บุคคลอ้างอิงคุณสมบัติของเราได้--จะยิ่งดียิ่งขึ้น
  2. ออกจากงานโดยดี--  หมายถึงว่าเมื่อถึงเวลาออกจากงานเก่า..ให้ออกโดยดี  ไม่ใช่ออกแบบที่นายเก่าต้องสวดมนต์ภาวนาขอให้ชาตินี้ไม่เจอกันอีก  เพราะยิ่งเราสมัครตำแหน่งที่สูงขึ้น  ยิ่งต้องระวังเรื่องนี้ เพราะวงการธุรกิจนั้นค่อนข้างเล็ก  ถ้าบริษัทใหม่โทรถามนายเก่าเรื่องของเรา--แล้วนายเก่ามีแต่เรื่องไม่ดีๆ เล่าให้ฟัง  บริษัทไหนจะอยากจ้างเรา?
  3. ถ้ายังไม่มีคะแนนโทอิค  เวลานี้เป็นโอกาสดีที่เราจะปัดฝุ่นทักษะทางภาษาอังกฤษของเรา และลงคอร์สติวโทอิค เพราะยิ่งเราออกจากงานบ่อยๆ เราจะยิ่งเจอความต้องการในคะแนนโทอิคมากยิ่งขึ้น รวมทั้งคู่แข่งก็มักจะมีมากขึ้น เราจึงต้องพัฒนาตัวเองให้ทักษะภาษาอังกฤษทั้งสี่ทักษะ--ดีกว่าปัจจุบัน  รวมทั้งเป็นตัวอย่างให้ลูกหลานเข้าใจว่าภาษาอังกฤษสำคัญขนาดไหน--
  4. Networking เยอะๆ   นั่นคือการมีติดต่อกับเพื่อนๆในคณะที่เราจบมา หรือเพื่อนๆที่ทำงานเก่า เผื่อจะมีคนรู้จักในบริษัทใหม่ที่เราอยากเข้าไปทำ  เพราะการที่เราได้มีคนรู้จักในบริษัทนั้นๆ จะช่วยให่เราได้งานในบริษัทนั้นง่ายขึ้น
  5. ทำความสะอาดเฟสบุ้ค Social Media ของตัวเอง  บางครั้ง HR จะเข้าเฟสเพื่อไปดูว่าเราเป็นคนแบบไหน..  เพราะอย่างนี้เราไม่ควรโพสต์รูปที่ไม่ดี หรือลงคำพูดที่ไม่สุภาพ--เพราะถึงแม้ว่าเรื่องเฟสเป็นเรื่องส่วนตัว  ก็ไม่มีบริษัทไหนอยากให้คนที่ดูไม่โอเคเข้ามาทำงานในบริษัท โดยเฉพาะในตำแหน่งสูงๆ  หากยังอยากลงภาพ และคำพูดที่ไม่สุภาพ ก็ควรลง Privacy Setting ให้เป็นไพรเวท--คนอื่นก็จะหาไม่เจอ

นั่นคือ 5 ข้อที่ครูเมฝากไว้ในวันนี้--โดยเฉพาะเรื่องภาษา--

เราจึงต้องเตรียมตัวตั้งแต่เเรก-- ไม่ใช่ว่าพอจะต้องใช้ก็รีบมาเรียน--มันจะไม่มีทันใช้นะ

รับตรงโดยคณะฯ (วิธีรับตรงพิเศษ) หลักสูตรแพทยศาสตร์ 2558 ต้องยื่นคะแนน IELTS/TOEFL!

รับตรงโดยคณะฯ (วิธีรับตรงพิเศษ) หลักสูตรแพทยศาสตร 2558 ต้องยื่นคะแนน IELTS/TOEFL!

520doctors20for20web
นักเรียนสายวิทย์ เหงื่อตกกันเป็นแถว... เพราะสมัยนี้ เก่งเลขกับวิทย์--ไม่พอซะแล้ว!
เพื่อตอบรับการเปิดประเทศในปี 2558 อีก 4 เดือนข้างหน้า--คณะ แพทย์ของมหาลัยดังๆ เช่นมหิดล (รับตรงโดยคณะฯ (วิธีรับตรงพิเศษ) หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ปีการศึกษา 2558)
  และเชียงใหมดังนี้..
5.2 กลุ่มเรียนดี-อังกฤษ (รับ 20 คน)
ต้องเป็นผู้ที่มีความโดดเด่นทางภาษาอังกฤษ โดยแสดงหลักฐานผลการสอบความรู้ความสามารถ ทางภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งที่สอบภายใน 2 ปี ดังนี้
5.2.1 ได้คะแนนสอบ Cambridge ESOL ผ่านระดับ B2 ขึ้นไป หรือ
5.2.2 ได้คะแนนสอบ CMU-eTEG มากกว่าหรือเท่ากับ 75 หรือ
5.2.3 ได้คะแนนสอบ TOEFL paper มากกว่าหรือเท่ากับ 530 หรือ
5.2.4 ได้คะแนนสอบ TOEFL CBT มากกว่าหรือเท่ากับ 160 หรือ
5.2.5 ได้คะแนนสอบ TOEFL iBT มากกว่าหรือเท่ากับ 75 หรือ
5.2.6 ได้คะแนนสอบ TOEIC มากกว่าหรือเท่ากับ 650 หรือ
5.2.7 ได้คะแนนสอบ IELTS มากกว่าหรือเท่ากับ 6.5 หรือ
5.2.8 ได้คะแนนสอบ CU-TEP มากกว่าหรือเท่ากับ 75
คะแนน IELTS / TOEFL นั้นปกติจะใช้ยื่นกับมหาลัยต่างประเทศ เพราะมันคือข้อสอบวัดทักษะทั้ง 4 ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน  มหาลัยต่างแดนจะเอาคะแนนนี้มาตัดสินว่านักเรียนจะสามารถเรียนที่มหาลัย และเข้าใจการเรียนมั้ย  รวมทั้งจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศนั้นมั้ย--คะแนนนี้จึงต้องสอบให่ได้ สูงๆ เพราะมันสำคัญมาก..
ในวันนี้--ไม่ต้องไปเรียนต่างประเทศก็ยังจะต้องใช้ข้อสอบตัวนี้ 
ภาษาอังกฤษเป็นวิชาทักษะ--นั่นคือ ต้องมาเรียน มาเจอบ่อยๆถึงจะเก่งได้  เทคนิคทั้งหลายไม่ได้ผลถ้าพื้นฐานไม่มี
ใครที่พื้นฐานยังไม่แน่น--ครูเมแนะนำให้ลงเรียนคอร์ส FMCP English UNLIMITED--คอร์ สรายเดือนที่เรียนได้ไม่จำกัดชม.  เราเข้าใจว่านักเรียนต้องติวหลายวิชา--จึงออกแบบคอร์สให้ได้หลากหลายเวลา เพื่อความสะดวกในการเรียนภาษาอังกฤษ
Everyday English Course







คอร์สภาษาวันจันทร์-พุธ-ศุกร์ อยู่ในระดับพื้นฐาน : เหมาะกับนักเรียนที่มีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษน้อย และจะดำเนินการสอนโดยครูคนไทย
คอร์สวันอังคาร-พฤหัส-เสาร์ อยู่ในระดับทั่วไป :  เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีพื้นฐานการเรียนภาษาอยู่บ้าง และต้องการฝึกความชำนาญให้มากขึ้น ดำเนินการสอนโดยครูต่างชาติ

Talkin’ English:  คอร์สสนทนานี้เป็นคอร์สที่ HOT ที่สุด เพราะนักเรียนได้มาฝึกพูด/ฟังภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาอย่างไม่อั้น  นักเรียนที่เรียนคอร์สนี้ควรมีพื้นฐานการเรียนสนทนามาบ้าง หรือไม่ก็ผ่านคอร์สนทนาปรับพื้นฐานมาแล้ว  หัวข้อไม่ซ้ำ  Teacher หมุนเวียนกันมาสอน–ฝึกสำเนียงหลายๆแบบ  รวมทั้งฝึกการออกเสียง Pronunciation อีกด้วย!
Grammar Gurus:  ใครห่างเหินแกรมม่ามานาน  เขียนผิดๆถูก ตกๆหล่นๆ ไม่ควรพลาด  คอร์สนี้จะเรียนเพื่อเขียน—ใช่แล้ว มีแถม Writing ไปในตัว เพราะการเรียนแกรมม่าในครั้งนี้ เราจะต้องเขียนได้ ไม่ใช่เลือกข้อที่ถูกต้องได้อย่างเดียว  เหมาะสำหรับนักเรียน/นักศึกษาและบุคคลทั่วไป–ดำเนินการสอนโดยครูคนไทย
VOCAB Mastery:  หัวใจของภาษาอังกฤษคือ คำศัพท์   คอร์สนี้ไม่ใช่มานั่งๆท่องคำศัพท์นะ…แต่เป็นการเรียนคำศัพท์โดยระยะยาว  เราจะเน้นความเข้าใจในการใช้คำศัพท์ในประโยค เพราะเราเองก็รู้ว่าคำศัพท์ภาษาอังกฤษนั้นดิ้นได้เมื่ออยู่ในตำแหน่งต่างๆใน ประโยค  เราจึงควรเรียนรู้การใช้คำศัพท์ ไม่ใช่การนั่งท่องคำศัพท์แบบเด็กๆ
Reading Comp. :  ทักษะการอ่านจับใจความนั้น—มันสำคัญขนาดออกโรงเรียนชอบเอามาออกข้อสอบ ตั้งแต่เราจำความได้..จนกระทั่งสอบโทและโทอิค—สำคัญขนาดนี้..แล้วจะหนีมัน ทำไม?  เรียนเทคนิคการทำข้อสอบพวกนี้ ฝึกการจับใจความและการจับเวลาในการทำข้อสอบการอ่าน–แล้ว Reading จะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป!

FMCP  Unlimited English Course  เหมาะสำหรับคนที่..

  • เข้าใจว่าภาษาอังกฤษสำคัญ และอยากเรียนเป็นระยะยาว
  • ไม่มีพื้นฐานในการสอบ TOEIC, IELTS, TOEFL (คุ้มมาก..เพราะ FMCP Unlimited English Course เปิดติวทุกด้านของข้อสอบพวกนี้–แล้วพอพื้นฐานดีขึ้นค่อยมาติวการทำข้อสอบแต่ละประเภทกับเรา!)  ใครอยากได้โทอิค 600-700 ควรลงเรียน!
  • ตารางงานไม่คงที่  เดินทางบ่อย
  • เตรียมตัวไปเรียนต่างประเทศ  หรือเตรียมตัวสอบชิงทุนไปต่างประเทศ
  • นักเรียน-บุคคลทั่วไปที่อยากเป็นส่วนในการเปิดประเทศสู่อาเซี่ยน

คุณรู้คะแนนโทอิคของคุณหรือยัง? 

ทำแบบทดสอบพรีโทอิคกับเรา--ฟรี (ใช้เวลา 80 นาที)  คลิกที่นี่!

คำถามที่เจอบ่อยเกี่่ยวกับ FMCP  Unlimited English Course 

  • เดือนนึงเรียนได้กี่ชม.  
ใน สัปดาห์นึง เราเปิดสอน 18 ชม. ตั้งแต่วันจันทร์-เสาร์  จำนวนชม.เรียนขึ้นอยู่กับคุณ ว่าคุณสะดวกวันไหน กี่ชม.อย่างไร หรือสนใจคอร์สไหนเป็นพิเศษ  เราจัดตารางให้ง่ายต่อการเรียนหลายทักษะ รวมทั้งสามารถเรียนซ้ำในอีกวันหากยังไม่เข้าใจ
  • ใครควรลงคอร์ส FMCP Unlimited English Course
นัก เรียน นักศึกษาและบุคคลทั่วไปสามารถลงคอร์สรายเดือนนี้  โดยเฉพาะถ้ามีแผนการในการสอบโทอิค SAT, TOEFL, IELTS รวมถึงสอบชิงทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพราะ FMCP Unlimited English Course สอนเฉพาะคอร์สที่ต้องใช้งานจริงๆ
  • ในหนึ่งอาทิตย์เนื้อหาเป็นอย่างไร
ใน ระดับพื้นฐาน (จันทร์-พุธ-ศุกร์) เนื้อหาของแต่ละคอร์สจะเหมือนกันของอาทิตย์นั้นๆ นักเรียนสามารถเลือกเข้ารอบที่สะดวก รวมทั้งสามารถกลัมมาเรียนเนื้อหาเดิมถ้ายังไม่เข้าใจ   ส่วนในระดับทั่วไป เนื้อหาก็จะต่างจากระดับพื้นฐาน  แต่ในทั้งสามวัน (อังคาร-พฤหัส-เสาร์) ก็จะเหมือนกัน
  • ถ้าลงระดับพื้นฐาน ก็ต้องเรียนแค่ระดับพื้นฐานใช่มั้ย
ไม่ จำเป็นคะ  ครูเมแนะนำให้เราลงรอบพื้นฐานหลักๆ แต่ควรเข้าระดับทั่วไปด้วยเพื่อความท้าทาย  เทื่อเราชำระค่าเรียนรายเดือนของคอร์ส FMCP Unlimited English Course  แล้ว  เราจะสามารถเข้ารอบไป ระดับไหน เวลาไหนก็ได้–แล้วแต่เรา!
  • ต้องซื้อหนังสือมั้ย
คอร์สวิชาจะเป็นชีท เพื่อความหลากหลายของเนื้อหาที่เรียน ซึ่งเอกสารการเรียนจะรวมในค่าเรียนรายเดือนอยู่แล้ว
  • Teacher ที่สอนเป็นครูไทยหรือครูต่างชาติ
ใน ระดับพื้นฐานจะมีครูไทยสอน  แต่ในระดับทั่วไป เราจะให้ครูต่างชาติสอน ซึ่งครูต่างชาติจะหมุนเวียนมาสอนเพื่อให้นักเรียนได้ฝึกการฟังหลากหลาย สำเนียง
  • จำนวนนักเรียนต่อห้อง—มีกี่คน
เรารับแค่ 16 คนต่อรอบเท่านั้น!
  • ราคาจะอยู่ที่ 3,900 บาทไปทุกเดือนใช่มั้ย
ในเดือนกันยายน 2014 จะเป็นการเปิดตัวของคอร์ส FMCP Unlimited English Course นักเรียนที่สมัครรอบเดือนกันยานี้จะได้ราคาพืเศษ 3,900 บาทไปจนกว่าจะหยุดเรียน  นักเรียนที่มาสมัครในเดือนถัดไปจะชำระเป็นราคาเต็ม 4,900 บาท
  • ต้องรอเดือนใหม่เปิดถึงจะสมัครใช่มั้ย
ไม่จำเป็นคะ  พร้อมจะเรียนกลางเดือนก็สมัครได้ เราจะคิดเป็นรายอาทิตย์ที่เรียน
  • สามารถสมัครเรียนได้อย่างไร
กรุณา โอนค่าเรียนมาที่ธนาคารกรุงศรี 631-1-15450-0 ชลกาญจน์ ปึงวิริยะรัตน์ แล้วถ่ายรูปสลิปเข้ามาที่ SMS 082-471-0226 หรือไลน์ LINE ID:maemew พร้อมกับชื่อ-นามสกุล
FMCP Unlimited English Course เป็นคอร์สรายเดือน–ชำระค่าเรียนทีละเดือน..เดือนไหนไม่ว่าง–ไม่เป็นไร  ไปทำธุระแล้วกลับมาเรียนใหม่ได้เลย!
ค่าเรียน:  เดือนละ 3,900 บาท

สมัครเรียนวันนี้—เริ่มเรียนได้เลย! 
ติดต่อครูเมได้ที่ 082-471-0226  LINE ID: maemew