FMCP Students!

FMCP Students!
No one is too old to learn English!

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

เรียนพิเศษภาษาอังกฤษชลบุรีช่วงเดือนตุลาคม---เรียนอะไรดี?

เรียนพิเศษภาษาอังกฤษช่วงเดือนตุลาคม---เรียนอะไรดี?

AsianParentChild1
ในเมื่อคุณได้อ่านบทความนี้ เมรู้เลยว่าคุณคือผู้ปกครองสมัยใหม่--ที่เข้าใจความสำคัญของภาษาอังกฤษ
ภาษาอังกฤษ--เป็นทักษะที่ต้องสะสม  และเป็นทักษะที่จะช่วยน้องให้ได้งานดีๆ บริษัทใหญ่ๆ รวมถึงเงินเดือนกองโต--
พอจบการศึกษาเทอมหนึ่ง--ในช่วงตุลา  ผู้ปกครองมักจะถามเมขอคำปรึกษาว่าน้องควรเรียนคอร์สไหน---

ถ้าน้องอยู่ชั้น ป.3-6

เม แนะนำให้เรียน Reading  เพราะตามปกติที่โรงเรียน ครูภาษาอังกฤษจะสอนเน้นแกรมม่า แต่ไม่ค่อยให้ฝึกอ่านทั้งๆที่ Reading --หรือการอ่านจับใจความนั้นใช้ออกสอบทุกข้อสอบ--ในเมื่อนักเรียนของเมส่วน มากจะเป็นคนทำงาน--เมได้เห็นปัญหาจากการที่ไม่ได้ฝึก Reading ตั้งแต่เด็ก--เพราะอย่างงั้นการสอบตอนเป็นผู้ใหญ่ก็จะทำได้ยากขึ้น
คอร์สตุลาคมของเมจะเริ่มในวันที่ 6 ตุลาคม 2557  ตามตารางดังนี้
เรียนพิเศษภาษาอังกฤษช่วงเดือนตุลาคม---เรียนอะไรดี?

คอร์สตุลาคม เปิดรับสมัครแล้ว  ใครสนใจติดต่อครูต้นได้ที่ 086-712-7085

ถ้าน้องอยู่ชั้น ม.1-นักศึกษา

เม แนะนำให้ลงคอร์ส UNLIMITED ENGLISH --คอร์สรายเดือนที่น้องจะสามารถฝึกทุกทักษะแบบไม่จำกัดชม.  รวมทั้งปูพื้นฐานในการสอบ TOEIC, TOEFL, หรือ IELTS รวมทั้งข้อสอบภาษาอังกฤษต่างๆที่ทุกคนต้องเจอ
ตามตารางนี้--นักเรียนจะสามารถเลือกเรียนวันใดก็ได้--แล้วแต่แพ็คเก็จที่ซื้อไว้  อ่านรายละเอียดค่าใช้จ่าย และคลาสได้ที่นี่  คลิกเลย!
IELTS/TOEIC/TOEFL ชลบุรีเมื่อน้องได้ฝึกการใช้ภาษาอังกฤษมากเท่าใด..เมื่อถึงเวลาจริง..น้องจะมัความมั่นใจในการใช้มากขึ้น!  โทรปรึกษาเมได้ที่ 082-471-0226

เทคนิคการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น--และจำได้นานกว่าเดิมเพื่อใช้ในข้อสอบ TOEIC, IELTS, TOEFL และที่ทำงาน

เทคนิคการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น--และจำได้นานกว่าเดิม

words vocabulary

คำศัพท์---คือหัวใจของทุกภาษา---โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ

ถ้าไม่เก่งคำศัพท์  ก็มักจะ
  • ฟังไม่รู้เรื่อง ---เอ  เค้าพูดคำอะไรแปลกๆ  ไม่รู้จัก
  • พูดไม่ได้--นึกคำไม่ออก
  • เขียนไม่เก่ง ---นึกคำไม่ออกเหมือนกัน
  • อ่านไม่รู้เรื่อง ---ไม่รู้ความหมายคำศัพท์
KruMae มีวิธีเทคนิคในการจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้ในระยะยาว---ไม่ได้พูดถึงการนั่ง ท่องคำศัพท์นะ--เพราะวิธีนี้จะแนะนำหากกำลังเตรียมสอบ  แต่ต้องเข้าใจว่าการจำแบบท่องๆ จะถูกเก็บไว้ในความจำชั่วคราว---เดี๊ยวก็ลืม
การจำคำศัพท์ในระยะยาวนั้น--ต้องใช้ทักษะอื่นๆมาควบคู่กัน  ฝึกเทคนิคพวกนี้ แล้วครูเมการันตีว่าเราจะจำคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น และนานขึ้นแน่นอน! ยกตัวอย่างนะ  คำศัพท์ใหม่ของครูคือ CORRECT   
  • ครูจะหารูปแบบอื่นของคำว่า CORRECT  ถ้าเป็น adv. = correctly, adj.=correct, verb.=correct, noun=correction  (ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้ง 4 ตัว)
  • หาความหมายของคำว่า CORRECT ซึ่งแปลว่า ถูก, ถูกต้อง
  • ครูจะหาตัวอย่างการใช้ของแต่ละแบบ  เช่น
Adv.=  I do math correctly.
Adj.=  The math problem is correct.
Verb= The teacher corrects my paper.
Noun= The teacher talked to me about the correction on my paper.
  • ครูเมจะลองแต่งประโยคเอง..โดยใช้คำศัพท์ที่รู้---หลาย คนชอบแต่งเกินความรู้ตัวเอง--ทำให้การแต่งประโยคมันยากเวอร์  อย่าลืมว่าจุดประสงค์ของการเขียนประโยคในครั้งนี้ คือการฝึกใช้คำ CORRECT ในตำแหน่งต่างๆ เพื่อตรงกับความหมาย!
เทคนิคการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น--และจำได้นานกว่าเดิม
  • สุดท้าย---แค่เห็นรูปคำศัพท์ไม่พอ--ควรเปิดเน็ทฟังการออกเสียงคำๆนั้น-- แล้วออกเสียงตามให้ใกล้เคียงที่สุด
เทคนิคการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น--และจำได้นานกว่าเดิม

แม้ อาจจะดูว่ามันมีหลายขั้นตอน--แต่วิธีดังกล่าวจะช่วยให้เราจำคำศัพท์นี้ไปอีก นาน--แถมรู้จักการใช้อีกต่างหาก  การเขียนประโยคของเราก็ดีขึ้น รวมทั้งสามารถเข้าใจ และออกเสียงคำๆนั้นได้ถูกต้อง!!!

ฝึกวันละ 5 คำ--ก็เก่งได้!

To, for และ of ความแตกต่างและการใช้ที่ถูกต้อง

To, for และ of ความแตกต่างและการใช้ที่ถูกต้อง


To, for และ of ความแตกต่างและการใช้ที่ถูกต้อง
ความละเอียดในภาษาเป็นตัวที่ทำให้เราเก่งขึ้น!  มาเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างการใช้  OF:TO:FOR ที่ทุกคนชอบใช้ผิดบ่อยมากกกส์

หลักการใช้ of

Of : ใช้ในความหมายว่า "ของ"
เช่น  The first page of the book describes the author’s profile.
หน้าแรกของหนังสือเล่มนี้อธิบายประวัติของผู้เขียน
Of:  ใช้บอกจำนวน
เช่น  I drank three cups of milk.
ชั้นดื่มน้ำสามแก้ว

หลักการใช้ to

To:  ใช้บอกสถานที่
เช่น   All of us went to the movie theater.
เราทุกคนไปโรงหนัง
To:  ใช้บอกขีดจำกัด
เช่น  The snow was piled up to the roof.
หิมะถูกกองถึงหลังคา
To:  ใช้บอกความสัมพันธ์
เช่น  My answer to your question is in this envelop.
คำตอบของชั้นถึงคำถามของคุณอยู่ในซองจดหมายนี้
To:  ใช้บอกระยะเวลา
เช่น  I work nine to six, Monday to Friday.
ชั้นทำงานเก้าโมงถึงหกโมง จันทร์ถึงศุกร์

หลักการใช้ for

For:  ใช้บอกการใช้งาน
เช่น  I baked a cake for your birthday.
ชั้นอบเค้กเพื่อวันเกิดของเธอ
For:  แปลว่า "สำหรับ"

เข่น  We feel deeply sorry for your loss.
เรารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสูญเสียของคุณ

การเลือกคอร์สภาษา--ดูที่ราคาหรือคุณภาพ?

การเลือกคอร์สภาษา--ดูที่ราคาหรือคุณภาพ?


การเลือกคอร์สภาษา--ดูที่ราคาหรือคุณภาพ?
สถาบัน สอนภาษามีมากมาย--ซึ่งมีทั้งครูและหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้มีการ พัฒนาทักษะทางภาษาอย่างต่อเนื่อง  ถ้าคุณเป็นน้องใหม่ในการเรียนภาษาอังกฤษ--ไม่เคยได้เรียนภาษาอังกฤษจริงจัง แตมีแรงสู้ในครั้งนี้เพื่ออยากที่จะได้โอกาสในการงานและการเรียนมาก ขึ้น--คุณต้องเลือกสถาบันและคอร์สภาษาที่แรกให้ดี--เพราะสถาบันนั้นจะมีผล กระทบต่อการเรียนภาษาของคุณไปในอนาคต

เจ้าของบริษัท,ระดับผู้จัดการและหัวหน้างานมักจะเลือกเรียนเดี่ยว--

เพราะ ทำไม? เพราะนั่นคือการเรียนที่จะได้คุณภาพที่สูงที่สุด และจะสามารถพัฒนาภาษาได้เร็วมาก  ใช่--ราคาค่าเรียนของคอร์สเดี่ยวจะค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่ม  แต่สำหรับเขาพวกนี้ คุณภาพของการเรียน--มันตีเป็นราคาไม่ได้จริงๆ เพราะว่ามันมีค่ามากมาย และเขายอมสละเงินตรงนี้เพื่อให้ได้ทักษะที่จะติดตัวเค้าไปในระยะยาว...
ถ้าราคามันเจ็บปวดหัวใจ.. คุณควรดูที่กลุ่ม  แต่ควรระวังว่า--ถ้าพื้นฐานยังไม่ดี เราควรศึกษาทั้งหลักสูตร จำนวนผู้เรียน และ ครูผู้สอน(ถ้าเป็นไปได้) ก่อนตัดสินใจ  KruMae มีข้อดังกล่าวให้เราพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเรียนคอร์สภาษาอังกฤษ
  • ตอนนี้คุณใช้ทักษะใด--ปรับปรุงทักษะนั้น   หมายถึงถ้าคุณใช้การเขียนอีเมล์มาก คุณควรเรียนการเขียนอีเมล์ให้ดียิ่งขึ้น เพราะได้ฝึกในที่ทำงานทุกวัน  ถ้าเรียนสนทนาแล้วไม่ค่อยได้พูด--ก็จะเก่งได้ช้ากว่าสิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน
  • ถ้าคุณไม่มีพื้นฐาน ควรเลือกคอร์สที่สอนระดับพื้นฐานจริงๆ   ถ้าไม่เช่นนั้น--คุณจะเรียนในกลุ่มที่มีหลายระดับ คนที่เก่งจะพูดเยอะ และทำให้คุณอาย และไม่กล้าเวลาที่จะถึงคุณ--สุดท้ายก็จะยอมแพ้แล้วไม่มาเรียนอีกเลย--
อย่าลืมว่าคนที่เก่งกว่าคุณนั้น--เค้าเก่งเพราะเค้าเรียนและฝึกมาก่อนคุณ--ก็แค่นั้นเอง
  • คนที่ไม่มีพื้นฐานจะเยอะกว่าคนที่มี--  หลายสถาบันมักจะจับให้เรียนเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 20 กว่าคน--คอร์สแบบนี้ต้องหลีกเลี่ยง  คุณควรเข้ากลุ่มที่เล็กพอดี ที่ครูดูแลด้วยทั่วถึง  เพราะการเริ่มต้นเรียนภาษานั้นสำคัญมาก  ถ้าครูดูไม่ทั่วถึง..คุณจะไม่ได้รับประโยชน์ที่เต็มที่
  • อย่าลืมว่าสถาบันภาษาก็คือธุรกิจๆหนึ่ง  ถ้าค่าเรียนน้อย--จำนวนคนในห้องเรียนก็จะเยอะ  ค่าแรงแพงมาหน่อย--จำนวนคนเรียนก็จะน้อย  เสียเงินครั้งนึง--เราควรให้มันตอบแทนประโยชน์มากที่สุด--ไม่งั้นเก็บตังค์ ไว้แล้วไปนั่งเล่นที่บ้านดีกว่า
  • สุดท้าย--การเรียนภาษาเป็นเหมือนการออกกำลังกาย-- ต้องให้มันเป็นสิ่งๆหนึ่งในชีวิตเราให้ได้  ไม่ต้องศึกษามาก วันละนิดๆก็พอ แต่ควรฝึกกับเจ้าของภาษาแทนการฝึกดูหนังหรือฟังเพลงที่บ้าน  เพราะฝึกกับคนที่เก่ง--เราก็จะเก่งตามเค้าได้เร็วขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557

วิธีการเตรียมตัวลูกในการสอบเข้าม.1 โรงเรียนชลกันยานุกูล และโรงเรียนชลราษฎรอำรุง

วิธีการเตรียมตัวลูกในการสอบเข้าม.1 โรงเรียนชลกันยานุกูล และโรงเรียนชลราษฎรอำรุง


วิธีการเตรียมตัวลูกในการสอบเข้าม.1

นั่นนะซินะ...ใกล้ถึงเวลาที่ผู้ปกครองทุกคนต่างวิตกกังวล แถมนอนไม่หลับบางที...

การสอบเข้าเรียนชั้นม.1 ของลูก...

ผู้ ปกครองห่วงการสอบเข้าครั้งนี้--ยิ่งกว่าอะไรดี บางคนเตรียมศึกษษตั้งแต่ลูกขึ้นป.5 ด้วยซ้ำไป!  ครูเมเข้าใจว่าการเข้าม.1 ในโรงเรียนที่ดีนั้นสำคัญมาก  เพราะเด็กกำลังอยู่ในช่วงสำคัญในการเรียนและการคบเพื่อน  คบเพื่อนดี และอยู่ในสังคมที่ดีจะทำให้อนาคตดียิ่งขึ้น..
เอ..แล้วจะ เตรียมตัวลูกอย่างไร?   การเตรียมตัวนั้นสำคัญ ถ้าลูกไม่เข้าใจที่ความสำคัญ ในการที่เราลากเค้าไปติวโน่นนี่ก็เหมือนกับการหาข้าวมาป้อนให้--แต่มันจะดี อะไร ถ้าเค้าไม่ "กลืน"

KruMae แนะนำวิธีการเตรียมตัวลูกในการสอบเข้าโรงเรียนชลกันยานุกูล และโรงเรียนชลราษฎรอำรุง หรือโรงเรียนชื่อดังต่างๆ ทั่วประเทศไทย

  1. วางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ   หมายถึงศึกษาโรงเรียนและออกแบบการติววิชาที่เป็นจุดอ่อนให้ลูก
  2.  รู้สาเหตุที่ทำให้ลูกอยากเข้าโรงเรียนต่างๆ เด็กมักจะอยากเข้าร.ร.ต่างๆเพราะอาจจะมีครอบครัวเป็นศิษย์เก่า หรือไม่ก็เพราะติดเพื่อน  ถ้าลูกของคุณอยู่ใน 2 กรณีนี้--และเป็นโรงเรียนที่คุณต้องการ  ให้ย้ำถึงความสำคัญบ่อยๆ
  3. ให้ลูกเรียนพิเศษเพื่อติวเข้าม. 1  แต่ก่อนลูกคุณอาจจะยังไม่เคยเรียน แต่การเรียนพิเศษนั้นให้ผลดีทั้งคุณและลูก เพราะลูกจะได้ฝึกการทำข้อสอบที่ยากกว่าในโรงเรียน รวมทั้งตัวผู้ปกครองเองจะได้รู้จักผู้ปกครองคนอื่นที่สามารถคุย ปรึกษาร่วมทั้งแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนต่างๆ
  4. เกรดของแต่ละโรงเรียนไม่มีค่าเท่ากัน หมายถึงเกรด 4 ภาษาอังกฤษของโรงเรียนนึงอาจจะไม่มีน้ำหนักเท่ากับของอีกโรงเรียนนึง  ก็เพราะข้อสอบก็ใช้ไม่เหมือนกัน ดังนั้นความยากง่ายก็จะไม่เท่ากัน  ถ้าลูกคุณได้เกรด 4 แล้วอย่าคิดว่าลูกจะสอบเข้าโรงเรียนดังๆ อย่างง่ายๆ  เราต้องดูเด็กคนอื่นด้วยว่าเค้าอยู่ระดับใกล้เคียงกับลูกมั้ย
  5. หมั่นตรวจสอบลูก   ส่งลูกไปโรงเรียนกวดวิชาอย่างเดียวไม่พอ  เพราะการศึกษาที่แท้จริงนั้นอยู่ที่บ้าน  เริ่มใช้กฎในการเล่นโทรซัพท์ ไอแพด  เริ่มจำกัดชม.ในการเล่นสิ่งของแบบนี้เพื่อเอาเวลาไปทบทวนสิ่งที่เรียนมา
  6. คุยกับลูกบ่อยๆ  ถึงสาเหตุว่าทำไมการเข้าโรงเรียนที่ดีตอนม. 1 นั้นสำคัญ---ว่ากันด้วยเหตุผล อย่าบังคับลูก..พยายามให้ลูกตัดสินใจด้วยตัวเอง..เพราะลูกจะตั้งใจอ่าน หนังสือติวสอบมากกว่าถ้าเราบังคับเค้า--ลูกจะต่อต้านขึ้นมาทันที
KruMae เปิดการติวเข้าม.1 โรงเรียนต่างๆในชลบุรี มีวิชาเลย,อังกฤษและวิทยาศาตร์  ดูตารางเรียนได้ที่นี่  คลิกเลย!

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

ใน pantip ก็มีคนที่ติวโทอิคเองแล้วได้คะแนนกันสูงๆ--ข้อสอบโทอิค ติวเองได้มั้ย?

ใน pantip ก็มีคนที่ติวโทอิคเองแล้วได้คะแนนกันสูงๆ--

ข้อสอบโทอิค  ติวเองได้มั้ย?


ใน pantip ก็มีคนที่ติวโทอิคเองแล้วได้คะแนนกันสูงๆ--ข้อสอบโทอิค--ติวเองดีมั้ย?

เอาเป็นว่า---เริ่มจาก  ติวโทอิคเองได้มั้ย?

ครูเมตอบเลยว่า  ได้!---ก็ทำไมจะไม่ได้ละ  หนังสือโทอิคมีเต็มตลาด ทั้งวิดีโอยูทูปเป็นพันๆ ถ้าอยากติวเองก็ย่อมมีทางให้อยู่แล้ว
ปัญหามันมีอยู่ว่า.. การติวโทอิคเองนั้นก็เหมือนกับการขับรถจากบ้านตัวเองไปเชียงใหม่--โดยไม่มีสิ่งใดนำทาง  ลองผิดลองถูก
ถามว่าแล้วลองผิด ลองถูก จะทำให้เราถึงเชียงใหม่มั้ย?  คำตอบก็มี 2 กรณี  กรณีแรกคือถึงคะ  แต่ใช้เวลาหลายอาทิตย์กว่าจะหาทางที่ถูกต้อง  หรือไม่ก็ระหว่างที่ลองผิดลองถูกก็เริ่มเซ็ง---ไม่ไปละเชียงหมง เชียงใหม่ แล้วก็ล้มเลิกความตั้งใจ
ใน pantip ก็มีคนที่ติวโทอิคเองแล้วได้คะแนนกันสูงๆ--ข้อสอบโทอิค--ติวเองดีมั้ย?
แต่ถ้าใครมี GPS หรือแผนที่ๆคนอื่นวาดไว้ให้  เขาจะสามารถไปที่เชียงใหม่ภายใน 24 ชม.
สิ่งที่ครูเมจะบอกก็คือ--ได้ คุณสามารถอ่านติวโทอิคเองได้  แต่ถ้าคุณได้ติวกันคนที่ผ่านข้อสอบมาแล้ว ได้คะแนนสูงๆ และสามารถอธิบายเทคนิคพร้อมทั้งตีโจทย์ให้เรา---คุณจะเก่งได้เร็วกว่าการ เรียนเองได้แน่นนอน!  อีกทั้งคุณจะสามารถถามข้อสงสัยได้ทันที--แล้วหนังสือโทอิคในท้องตลาดให้ สิ่งๆนี้มั้ย?
ไม่ใช่แค่ติวข้อสอบ  ใครๆก็รู้ว่าข้อสอบโทอิคมันหินตรงการบริหารเวลา  ถ้าไม่มีใครมาคอยจับเวลาคุณ และแนะนำการปรับปรุงจุดอ่อนของคุณ--คุณจะทำได้เองมั้ย?
เพื่อนที่เรียนในกลุ่มก็สำคัญ--- บรรยากาศในการสอบคนเดียวกับการสอบเป็นกลุ่มนั้นต่างกันมาก---ในสถานการณ์จริง คุณจะต้องสอบกันคนอีกหลายๆคนในห้องๆนึง  คุณได้ฝึกกับความกดดันในส่วนนี้หรือยัง?

คุณรู้คะแนนโทอิคของคุณหรือยัง? 

ทำแบบทดสอบพรีโทอิคกับเรา--ฟรี (ใช้เวลา 80 นาที)  คลิกที่นี่!

ข้อสอบโทอิคนี้สำคัญ--ครู เมทราบดีที่สุดเพราะได้คุยกับนักเรียนที่ทำงานแล้ว  ต่างคนบอกว่าแทบจะไม่มีบริษัทใดที่ไม่ขอดูคะแนนนี้--เราจึงต้องออกแบบคอร์ส ให้ดีเพื่อช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมาย  อีกทั้งการคัดเลือกครูมาสอนก็สำคัญ  ครูของเราต้องได้โทอิคไม่ต่ำกว่า 950/990 นักเรียนจึงจะมั่นใจได้ว่าได้เรียนกับเซียนจริงๆ (จะให้คนที่ไม่เก่งมาสอนนักเรียนของเราให้เก่งได้อย่างไร?)
คอร์สโทอิคของเรามีทั้งกลุ่มและเดี่ยว--คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดของรอบเวลาเรียน

สาเหตุที่เราใช้เวลาคิดนาน--ก่อนที่จะพูดอังกฤษ และวิธีแก้ไข

สาเหตุที่คุณใช้เวลาคิดนาน--ก่อนที่จะพูดอังกฤษ และวิธีแก้ไข

สาเหตุที่คุณใช้เวลาคิดนาน--ก่อนที่จะพูดอังกฤษ และวิธีแก้ไข
ใครถามเป็นภาษาอังกฤษกะคุณ...
คุณก็คิด...คิดอยู่นั่นแหละ....                        ผ่านไป 5 นาที....
โอเคพร้อมตอบละ!  คนถามหายหัวไปไหนแล้ว???
ก็เพราะสถานการณ์จริง--ใครจะมีเวลารอนานขนาดนั้น  ถามปุ๊ปต้องตอบปั๊ป!

สาเหตุที่คุณใช้เวลาคิดคำตอบที่นานมากกกส์--จะเป็นหนึ่งหรือทุกข้อของดังต่อไปนี้!

  • ตื่นเต้น  ไม่ได้ฟังคำถาม หรือไม่ก็ฟังไม่ออก แทนที่จะถามใหม่ เช่น Can you repeat that again? ก็นั่งเดาคำถามอยู่
  • คิดคำตอบไม่ออก   โห..ถ้าคิดไม่ออกจริงๆ ก็บอกเค้าไปเถอะ  ความเงียบมันทำให้คนอื่น (รวมทั้งตัวเรา) อึดอัดนะ
  • นั่งแปลไทยเป็นอังกฤษอยู่--ถ้า ยังไม่เก่ง..ก็ควรฝึกทำ  แต่ในช่วงที่กำลังแปลควรพูดคำออกมาบ้าง ไม่ใช่ต้องเรียงให้ perfect 100% ก่อนจะหลุดออกจากปาก  เช่น ถ้าถามว่า Where are you going?  กำลังเรียบเรียงอยู่ก็ตอบว่า  I ....am....going....to ....school.  แทนที่จะรอ 5 นาทีแล้วตอบเต็มประโยค
  • นั่งท่องกริยา 3 ช่องอยู่    ในการสนทนาแกรมม่าไม่ต้องเป๊ะเวอร์ขนาดนั้น  ถ้าเราใช้กริยาช่องผิด แต่เราเติมพวก yesterday, tomorrow อะไรพวกนี้ลง  คนฟังก็ยังสามารถเข้าใจเราได้
  • กลัวพูดผิด    พูดผิดก็พูดใหม่--ดีกว่าพูดไม่เป็นเลยนะจ้ะ
  • นึกคำศัพท์ไม่ออก   ก็ใช้คำที่คุณรู้แล้วพยายามอธิบายเอา  เพราะไอ้คำที่เราไม่รู้อะ  คือต่ออีกสิบนาทีก็ยังคิดไม่ออก  จะเปิดพจนานุกรมด้วยมั้ย?
  • อายเค้า   อายใคร?  คนถามเค้าอยากรู้คำตอบ มัวแต่อายๆอยู่แล้วจะได้คำตอบมั้ย?
ใช้เวลาคิดช้าหน่อยไม่เป็นไร--แต่คุณควรเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องพูดอังกฤษมากขึ้น--และต้องสะสมคำศัพท์ให้เยอะ เพราะยิ่งรู้คำศัพท์มาก ยิ่งพูดได้ดีขึ้นและเข้าใจคำถามได้มากขึ้น!!  ไม่ว่าจะงานใหม่หรื่อเรียนที่สถาบันต่างๆ  สมองก็เหมือนกล้ามเนื้อ--ไม่ใช้บ่อยๆก็มีสิทธิ์หมดได้นะ