FMCP Students!

FMCP Students!
No one is too old to learn English!

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ติวโทอิค-สด-ไม่จำกัดชม. ติวจนสอบเสร็จ--ได้เริ่มแล้วที่ FMCP English ชลบุรี

ติวโทอิค-สด-ไม่จำกัดชม. ติวจนสอบเสร็จ

ได้เริ่มแล้วที่ FMCP English

เรียนโทอิค ไม่จำกัด

FMCP English ได้เปิดตัวคอร์ส UNLIMITED TOEIC  อย่างเรียบร้อย!

คอร์สนี้เป็นคอร์สในฝันของหลายคน เพราะ ให้ความอิสระในการติวข้อสอบมากที่สุด แต่จ่ายน้อยที่สุด! 
 
KruMae ได้คุยกับนักเรียนหลายร้อยคนที่เจอปัญหามากมายในการต้องสอบโทอิคเข้าทำงาน หรือเปลี่ยนงาน  เช่น
  • พื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ดี
  • ทำงานก็เหนื่อยแล้ว..ต้องหาเวลามาติวโทอิคอีก
  • ตารางงานไม่แน่นอน  บางเสาร์ก็ทำงาน  บางอาทิตย์ก็ติดธุระ
  • บางครั้งขาดเรียน ก็กลัวเรียนไม่ทันเพื่อน
  • การติวโทอิค ทำไมต้องแพงจัง  เงินเดือนที่มีอยู่ก็น้อย แล้วต้องเก็บเงินเท่าไหร่ถึงจะได้เข้าติว
  • อยากเริ่มเลย  บริษัทรอคะแนนอยู่ รอรอบใหม่ไม่ได้
  • เรียนครั้งแรก โดยเฉพาะแกรมม่า ไม่เข้าใจ อยากเข้าทบทวนอีกรอบ
  • อยากฝึกทำข้อสอบเยอะๆ
การ ติวโทอิคนั้น--นักเรียนส่วนใหญ่จะทำเมื่อจำเป็นจริงๆ  และในเมื่อ KruMae อยากให้ทุกคนได้คะแนนที่ต้องการ (จะได้ไปใช้ชีวิตอยู่แบบคนทั่วไป) เมจึงออกแบบคอร์สใหม่ เพื่อให้การติวโทอิค และการได้คะแนนที่ต้องการนั้น--เป็นไปได้สำหรับทุกๆคน

UNLIMITED TOEIC ของ FMCP English ตอบโจทย์ให้ทั้งวัยนักเรียนและวัยทำงาน--ดังนี้

  • เรียนตามแบบของตัวเอง  ถ้าพื้นฐานยังอ่อนอยู่ก็สามารถเข้าเรียนเพื่อทบทวนเนื้อหาได้ไม่จำกัดครั้ง
  • ตารางเรียนแค่ 3 ชม. ต่ออาทิตย์  นักเรียนจะมีเวลาทบทวนเนื่อหามากขึ้น และสามารถยังไปพักผ่อนก่อนเริ่มอาทิตย์ใหม่
  • ตารางเรียน/ตารางงานไม่แน่นอน--ไม่เป็นไร  อาทิตย์ไหนขาด ก็สามารถมาเรียนชดเชยในครั้งต่อไปได้
  • ใช่ การติวโทอิค ไม่ควรจะราคาสูง--เพราะเงินเดือนแรกเริ่มนั้นน้อย แถมหลายคนต้องผ่อนหลายอย่าง  เอาความกังวัลเรื่องค่าคอร์สไว้ที่เรา  จ่ายเพียง 3,900 บาท บวกค่าหนังสือแค่ 200 บาท แล้วนักเรียนก็สามารถเข้าเรียนเรื่อยๆ จนกว่าจะสอบเสร็จ
  • ไม่ต้องรอรอบ ไม่ต้องรอคอร์ส  สามารถเริ่มเรียนได้เลย!
  • โทอิคนี้จะสอนสด --ทุกรอบ  ถ้าพารท์ไหนยังไม่ชัวร์  เข้ามาฟังได้บ่อยๆ
  • สถาบันมีการจัดสอบคล้ายสถานการณ์จริงจำนวน 5 ครั้ง  เราใช้ข้อสอบที่มีความยากเทียบเท่ากับตัวจริง พร้อมทั้งจับเวลา เพื่อที่เวลาสอบจริงจะมั่นใจในรูปแบบการสอบ 100%  นักเรียนจะสามารถฝึกการสอบนี้ได้ 5 ครั้ง (ข้อสอบไม่ซ้ำกัน) แค่ครั้งละ 200 บาท เท่านั้น!

คอร์ส UNLIMITED TOEIC มีเวลาเรียนดังนี้    โปรโมชั่น 3,900 บาท + 200 บาทค่าหนังสือ

  • UNLIMITED TOEIC SATURDAY:  วันเสาร์ 9.00-12.00น.  เริ่ม 6 ธันวาคม! เปิดรับสมัครแล้ว!! 
  • UNLIMITED TOEIC SUNDAY:  วันอาทิตย์ 9.00-12.00น.   เริ่ม 30 พฤศจิกายน! เปิดรับสมัครแล้ว!!
วิธีสมัครเรียน: โอนค่าเรียนเพื่อจองที่นั่ง, เก็บสลิปเพื่อเป็นหลักฐาน และติดต่อครูเมทันทีหลังโอนมัดจำที่ 082-471-0226 หรือ line id:maemew
ธนาคารกรุงศรี 631-1-15450-0 ชลกาญจน์ ปึงวิริยะรัตน์

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

KruMae แนะนำ 5 เทคนิคในการหางาน สำหรับนักศึกษาที่ใกล้จะเรียนจบปริญญาตรี/โท

KruMae แนะนำ 5 เทคนิคในการหางาน

สำหรับนักศึกษาที่ใกล้จะเรียนจบปริญญาตรี/โท

KruMae แนะนำ 5 เทคนิคในการหางาน สำหรับนักศึกษาที่ใกล้จะเรียนจบ 

พิธีรับปริญญาในภาษาอังกฤษ เรียกว่า "Commencement" 

ซึ่งแปลว่า "จุดเริ่มต้น"

แต่เอ...หลายคนคงจะสงสัยว่า ทำไมถึงเรียกว่าจุดเริ่มต้น ทั้งๆที่มันคือ Graduation Day --หรือคือวันเรียนจบ

สาเหตุ ก็เพราะวันที่เราเรียนจบ..คือวันที่ชีวิตวัยนักเรียนได้สิ้นสุดลง และชีวิตของการทำงาน และความเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบได้เริ่มขึ้น

นัก เรียนได้วาดฝันถึงวันนี้มาตั้งแต่ปี 1  หรือช่วงมัธยม..ก็ยังมี  พอใกล้ถึงวันนั้นทุกคนเตรียมชุด หาช่างกล้องประจำตัว การด์ชวนเพื่อน ช่างแต่งหน้าทำผม---แต่ ถามจริง..มีใครเตรียมเรซูเม่ คะแนนโทอิค หรือทักษะการสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับวันต่อไปหลังจากงานรับปริญญามั้ย?

มีน้อยคนนักที่เตรียม--บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโทอิคคืออะไร  แล้วมีการตกใจเมื่อคนสัมภาษณ์--หน้าตาก็ไทย  แต่ถามคำถามเป็นภาษาอังกฤษ--เงิบไปเลย!

พอเราเตรียมตัวช้า---คนที่เตรียมมาก่อนก็จะได้งานดีๆ เงินเดือนสูงๆก่อน แล้วเหลืออะไรให้เราละ?
หลาย คนเหลือเกินที่มาหา KruMae แล้วขอให้ได้คะแนนโทอิคเท่านั้น เท่านี้ในเวลาจำกัด  หรือไม่ก็ขอติวสัมภาษณ์งาน--ทั้งๆที่ทักษะการพูดการฟังนั้นแทบจะไม่มีเลย  สุดท้ายก็ต้องพบกับความจริงว่า โอกาสไม่เคยรอใคร--ในเมื่อเราไม่พร้อม..มันก็จะไปหาคนอื่นที่พร้อมกว่า...
แต่..ข้อดีของโอกาส ก็คือ..ในชีวิตเรา..มันจะมาหลายรอบ  ยิ่งเราพัฒนาทักษะของตัวเองมากเท่าไหร่--โอกาสจะมาหาเราถี่ขึ้นเท่านั้น!

KruMae แนะนำ 5 เทคนิคในการหางาน สำหรับนักศึกษาที่ใกล้จะเรียนจบ

  • เขียน Resume ของตัวเอง  ใบนี้บอกประวัติของเรา รวมทั้งประสบการณ์และการศึกษา  ในเมื่อเรายังไม่มีประสบการณ์ก็ให้เน้นทักษะ หรือกิจกรรมที่เป็นตัวเด่น เช่น ได้แข่งการประกวดได้รับรางวัล หรือเป็นผู้นำ/หัวหน้ากลุ่ม  ไม่ต้องเขียนให้ยาว 2-3 หน้ากระดาษ  เขียนหน้าเดียว--พอ  สไตล์ที่ KruMae ชอบจะเป็นแบบอเมริกันที่สั้นๆได้ใจความ แผ่นเดียว--หน้าเดียว  เพราะคนอ่านไม่มีเวลามานั่งอ่านเรซุเม่ที่มีแต่คำเยอะๆ หรูๆ แต่สรุปหน้าที่การงานไม่ได้เลย คนอ่านมักจะไม่มีเวลาอ่าน เราจึงควรทำ Resume ให้สั้่นๆ แต่น่าประทับใจ..จะดีกว่า
iStock_000017601939web
โทอิคราคาถูก ชลบุรี
  • พูดภาษาอังกฤษเป็นบ้างหรือปล่าว?  ถ้าพูดไม่เป็น--เวลาสัมภาษณ์ก็จะเป็นสไตล์ท่องๆ ซึ่งมันไม่ได้ผลดีให้ใครเลยเพราะนอกจากเราจะเกรงแบบสุดๆ ถ้าเราลืมแค่คำเดียว--ก็จอด  แถมคนถามอะ  ถาม/สัมภาษณ์มาเยอะแล้ว--ใครท่องไม่ท่อง--เนี่ย รู้หมด  หนังสือการสัมภาษณ์ถึงช่วยเราไม่ได้เพราะตัวอย่างที่ให้มานั้น--เราจะไม่เจอ ในการสัมภาษณ์ของเราเลย  KruMae ขอบอกหลายๆรอบ ว่าทักษะการพูด--เราจะเก่งภายในเดือนเดียวนั้น--IMPOSSIBLE!  ถ้าทันเป็นไปได้--(ใครต่อใครจะไปทำไมเมืองนอก--หนาวก็หนาว  เหงาก็เหงา แถมอาหารไทยก็แพง!) เราจึงต้องฝึกบ่อยๆ นานๆ เพื่อความมั่นใจ และความเคยชินในการใช้ภาษาอังกฤษ  เวลาใครถามอะไรเรา เราก็จะสามารถคิดคำตอบ--สดๆ ได้เลย!  ถ้าเรายังไม่เคยเรียนสนทนา เราก็ควรเริ่มในคอร์สที่สอนพื้นฐานในการสนทนา เช่นการสร้างประโยคถามตอบ ก่อนที่จะกระโดดเรียนกับครูต่างชาติ  คลิกที่นี่เพื่อรายละเอียดคอร์สปรับพื้นฐานสนทนาภาษาอังกฤษ
  • รู้จัก NETWORKING อันนี้ก็คือ มีเพื่อนทั้งรุ่นเดียวกัน รุ่นพี่ และคนที่ทำงานแล้ว  อย่างเช่นคอร์สภาษาที่สถาบัน FMCP English เน้นการสอนผู้ใหญ่ วัยทำงานโดยเฉพาะ--นักศึกษาที่เรียนในคอร์สเดียวกันจะรู้จักพวกพี่ๆ ที่ทำงานแล้ว พี่ๆนี้จะสามารถให้แนวทางในการสมัครงานที่บริษัทที่เค้าทำอยู่ หรือไม่ก็มีข้อมูลพิเศษของคนใน ที่อาจจะมีค่าสำหรับคนที่กำลังหางานอีกด้วย  ที่สำคัญ--พวกพี่ๆนั้นกำลังทำงานในหน้าที่นั้นๆ นักศึกษาของเราจึงสามารถถามถึงหน้าที่การงานของตำแหน่งนั้น ก่อนที่เราจะลงมือทำอีกด้วย
  • จัดระเบียบ Social Media (FACEBOOK, TWITTER) เพราะบริษัทสมัยนี้จะอยากรู้ตัวจริงของผู้สมัคร จึงมักเข้าพวกโซเชลเพื่อศึกษาข้อมูล  ถ้าไม่อยากให้เค้าเห็นอะไรแปลกๆ ก็ลบให้หมด--ไม่อย่างนั้นก็ต้องโปลไฟลตัวเองให้เป็นส่วนตัว
  • เริ่มหางานก่อนใคร   ส่วนใหญ่นักเรียนจะเริ่มหางานหลังจบการศึกษา--รอทำไม?  ในเมื่อคะแนนโทอิคมีอายุ 2 ปี และมีหลายบริษัทที่จะรับเราเข้าทำงาน 2-3 เดือนก่อนจบปริญญา-- ถ้าเราได้เลือกก่อน--เราก็มีโอกาสจะได้สิ่งดีๆก่อน
5 อย่างนี้ก็จะทำให้เราเตรียมพร้อมในการทำงานกว่าใคร ในวันที่เราเรียนจบ เราจะสามารถยิ้มได้อย่างเต็มที่เพราะเราจะตื่นเต้นกับงานใหม่ที่รอเราอยู่ และสิ้นสึดการใช้ชีวิตแบบนักเรียนซักที!

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เทคนิค(ไม่ลับ)ในการทำโทอิคพารท์ 7 แบบเร็วสุดยอด!

เทคนิค(ไม่ลับ)ในการทำโทอิคพารท์ 7 แบบเร็วสุดยอด!

เทคนิค(ไม่ลับ)ในการทำโทอิคพารท์ 7 แบบเร็วสุดยอด!

พารท์ 7-- เป็นพารท์ที่ทำกันไม่ทันทุกคน...

น่าเสียดายคะแนนสุดๆ เพราะพารท์ 7 นี้  อันที่จริงง่ายกว่าพารท์ 5-6 มากมาย..

ก็เพราะคำตอบของพารท์ 7 มันจะอยู่ในบทอ่าน ถ้าแบ่งเวลาพอก็จะเจอ  แต่ปัญหาก็อยู่ตรงนี้..ไม่มีเวลาพอ 

คนคิดข้อสอบโทอิคถึงจำกัดเวลาแค่ 2 ชม.ไง   ถ้าให้เวลาทั้งวัน--ก็คงได้คะแนนเต็มกันหมดทุกคน

ครูเมเลยมีเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่ได้ผลอย่างมากมายในการทำพารท์นี้  เอ้าเตรียมพร้อม!
  1. พารท์ 7 ใช้เวลา 55-60 นาที  ใช่--มีตั้ง 13-15 บทความ  ถ้าให้เวลากับมันน้อยกว่านี้--คุณจะทำไม่ทันแน่  ตัวโกยคะแนนด้าน Reading คือพารท์นี้--ให้ความสำคัญมันหน่อยนะ
  2. ให้ความสำคัญกับคำที่คุณรู้ความหมาย  ง่ายๆ นะ คือ คำที่คุณรู้มันมีมากมาย มากกว่าคำที่คุณไม่รู้  ในเมื่อคุณไม่ได้ไปศึกษาคำนั้นมา--ก็อย่าไปเสียเวลากับมัน  ให้ใช้คำที่คุณรู้มาดูความหมายโดยรวมดีกว่า  ไม่มีใครใรโลกนี้ที่รู้ความหมายของคำศัพท์ทุกคำ--ขนาดเจ้าของภาษาเองยังรู้ ไม่หมดเลย!
  3. อ่านดูหัวข้อโจทย์นิดนึงว่าคุณกำลังจะอ่านเรื่องอะไร  โฆษณา? บทข่าว? หางาน?  จะได้พอกะได้ว่าเนื้อเรื่องจะไปแนวไหน
  4. อ่านไป คิดไป  เนื้อบทความที่โทอิคหามานั้น เป็นบทความที่สามารถเห็นเจอในชีวิตจริง  ถ้าจนมุมเมื่อใด..ให้นึกถึงสถานการณ์จริงแล้วหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุด  อย่าหลับตาเดา
  5. อ่านทำความเข้าใจกับประโยคแรกของแต่ละย่อหน้า  เพราะประโยคแรกจะเป็นตัวบ่งบอกว่าที่เหลือในย่อหน้านั้นจะพูดถึงอะไร  เรื่องนี้สำคัญมากเพราะพอคุณรู้ว่าย่อหน้าไหนพูดถึงอะไร เวลาคุณอ่านโจทย์คุณก็จะรู้ทันทีว่าต้องอ่านย่อหน้าไหน  ไม่ใช่เอะอะๆก็เริ่มย่อหน้าแรกทุกครั้งไป---ตัวนี้ประหยัดเวลาได้ตั้ง 60%!
จงเอาทั้งหมดนี้ไปใช้ในการทำข้อสอบโทอิคแล้วคุณจะออกจากห้องสอบพร้อมกับอมยิ้ม--
เพราะทำข้อสอบทัน แถมถูกอีกต่างหาก!

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เหตุผล 6 อย่างที่ทำให้คุณยังเขียนอีเมล์ไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่เขียนอีเมล์ภาษาอังกฤษทุกวันๆ

เหตุผล 6 อย่างที่ทำให้คุณยังเขียนอีเมล์ไม่รู้เรื่อง

ทั้งๆที่เขียนอีเมล์ภาษาอังกฤษทุกวันๆ

เหตุผล 5 อย่างที่ทำให้คุณยังเขียนอีเมล์ไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่เขียนอีเมล์ภาษาอังกฤษทุกวันๆ
อยากรู้มั้ย  ว่าถึงแม้ว่าคุณเขียนอีเมล์ทุกวันๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณมีทักษะในการเขียนที่ดี 
เคยมั้ย??  เขียนอีเมล์แล้วถูกส่งกลับ  ถูกถามหลายครั้งเพราะไม่เคลียร์จากลูกค้าและบอส

KruMae เห็นการเขียนอีเมล์มามากมาย และรวบรวมเหตุผลที่เรายังเขียนอีเมล์ไม่ถูกต้องซักที

  1. เขียนใช้เทนส์ผิดๆ ถูกๆ   ภาษาอังกฤษให้ความสำคัญในการใช้เทนส์ที่ถูกต้องเพราะมันสำคัญมากกกก   ลองนึกดู ถ้าลูกค้าถามถึงการส่งของ  เราบอกว่าส่งไปแล้ว  ทั้งๆที่ยังไม่ได้ส่งแต่ใส่เทนส์ผิด--คงงงกันสนุกไปเลย  เพราะฉะนั้นครูเมแนะนำให้ดูเทนส์ที่เค้าใช้  เค้าใช้เทนส์ใด  เราใช้เทนส์นั้น แล้วจะผิดผลาดน้อยกว่าพิมพๆไป ไม่ได้ดูเทนส์เลย
  2. แปลไทยเป็นอังกฤษ...จ๋าเลย   เมอ่านแล้วก็สามารถแปลได้ตามตัว  ภาษาอังกฤษมันมีรูปแบบเหมือนภาษาไทยขนาดนั้นเลยเหรอ?   ถ้าเขียนให้คนไทยด้วยกันอ่าน  ก็คงเข้าใจ  แต่ถ้าเขียนให้ลูกค้าหรือบอส--เราจะเสียเครดิตหมดนะ 
  3. ไม่ใช้ period หรือจุด full stop   เขียนไปเรื่อยๆเหมือนเขียนภาษาไทย   ภาษาอังกฤษมีการเริ่ม จบประโยคเพื่อป้องกันการสับสนของข้อความ  เราควรเคารพกฏของภาษาอังกฤษและใช้ให้ถูกต้อง  นอกเหนือจะอ่านง่าน เข้าใจง่าย แต่มันจะลดความปวดหัวให้คนที่รับอีเมล์เรา
  4. เขียนแต่น้ำ--เนื้อจริงๆมีนิดเดียว--  ทำเหมือนขายอาหารข้าวแกงที่มีแต่น้ำ   นิทานการเล่าเรื่องเก็บไว้เขียนอีเมล์ส่วนตัว  ถ้าเขียนอีเมล์ในที่ทำงาน  เขียนให้ได้ใจความสั้นๆ พอ  เพราะไม่มีใครอยากอ่าน และไม่มีใครมีเวลาอ่านข้อความยาวๆของเรา--โดยเฉพาะบอสของเรา  อีกอย่าง--ถ้าเราไม่มั่นใจภาษาของเราก็อย่าเขียวยาว..ยิ่งเขียนยาวยิ่งมี โอกาสผิดเยอะ
  5. ลอกการเขียนมาผิดๆ  ครูเมเคยถามนักเรียน...ทำไมเขียนแบบนี้  ก็มักได้คำตอบว่า..ก็เค้าเขียนกันมาอย่างนี้   ถ้าเราไม่หยุดดูนิดนึงว่าสิ่งที่เราลอกมาใช้เนี่ย  ถูกหรือผิด เราก็จะจำแบบผิดๆมาใช้ พอถึงเวลาแก้ก็แก้ยาก เพราะนิสัยการเขียนนั้นฝังลึกไปแล้ว
  6. ใช้ Google Translate แปล  กูเกิ้ลต้องถูกซิ--จริงเหรอ?  กูเกิ้ลก็คือคอมพิวเตอร์  สมองมนุษย์สร้างคอม  คอมไม่ได้สร้างมนุษย์  และอีกอย่าง เราจะไม่มีวันได้เรียนรู้ทักษะในการเขียนถ้าไม่เคยเขียนของตัวเอง
ทักษะ การเขียนอีเมล์แบบงูๆปลาๆนั้นจะสามารถใช้ได้ในตำแหน่งปัจจุบัน แต่ถ้าอยากได้รับการโปรโมทในตำแหน่งที่สูงขึ้น เราต้องฝึกการเขียนอีเมล์ที่ถูกต้อง ชัดเจนและเข้าใจง่าย  เพราะคงไม่มีบริษัทใดอยากให้ผู้จัดการในบริษัทเขียนอีเมล์แบบขอไปทีในฐานะ ตัวแทนของบริษัทนั้นๆ นะ

ฝึกการเขียนให้ถูกต้อง บอสอ่านก็จะแอบประทับใจ อีกทั้งทำให้การสื่อสารนั้นราบรื่นขึ้น

ทักษะ นี้สามารถฝึกได้เอง หรือสามารถฝึกในคอร์ส Business E-mail Writing วันเสาร์ 9.00-12.00  ติดต่อครูเมได้ที่ 082-471-0226 หรือไลน์ maemew

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คำถามเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษที่ KruMae เจอบ่อย--เรียนกี่ครอส์ถึงจะเก่ง?

คำถามเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษที่ KruMae เจอบ่อย--เรียนกี่ครอส์ถึงจะเก่ง?

questions
ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบได้ยากมาก---

ไม่ ใช่เพราะ KruMae ไม่มั่นใจในหลักสูตรของสถาบัน FMCP English... แต่เมไม่มั่นใจในความพยายามและพื้นฐานทักษะทางภาษาของคนถาม  เพราะคนที่ถามส่วนใหญ่จะถามผ่านโทรศัพท์ หรือไลน์
การถามคำถามแบบนี้เปรียบเหมือนกับว่า..เราไม่สบาย..เราโทรไปหาหมอ  แล้วบอกอาการ แล้วถามว่าจะหายเมื่อไร
หมอ ยังไม่เห็นคนไข้  ไม่ได้ตรวจสอบอาการเอง  ในการที่เราไม่สบายอาจเป็นได้หลายอย่าง..แล้วจะมีหมอคนไหนกล้าการันตีว่าเรา จะหายได้กี่วัน กี่เดือน..

 ภาษาอังกฤษก็เช่นกัน 

ถ้าคนนั้นเค้าสัญญาว่าเราจะเก่งภายในกี่เดือน ทั้งๆที่ไม่เคยทดสอบพื้นฐานของเรา รวมทั้งดูถึงการฝึกฝนนอกห้องเรียน--นักเรียนต้องระวังคนพวกนี้ให้ดีๆ  เค้าอาจจะตั้งใจขายคอร์สเพื่อทำยอดมากกว่าดูแลความต้องการของเราจริงๆ  ครูเมเตือนเลยนะ ว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ทักษะที่ฝึกกันได้แล้วเก่งในไม่กี่เดือน (ไม่อย่างนั้นจะไปเรียนต่างประเทศกันทำไม)

ถ้าตั้งใจจะเก่งภาษาอังกฤษ--นัก เรียนต้องฝึกให้บ่อยที่สุด  หมายถึงในห้องเรียนและนอกห้องเรียน และต้องทำความเข้าใจในการเรียนภาษาว่าใช้เวลาพอสมควร  ไม่ใช่ว่าอยากจะเอามาใช้เมื่อไหร่--แล้วค่อยมาเรียน   ครูเมบอกตรงๆ ว่าเราจะไม่มีทักษะภาษาทันใช้แน่

เพราะฉะนั้น--ถ้าอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะเก่ง  ให้ดูที่พื้นฐานเรา ถ้าไม่แน่ใจให้มานัดเจอกับครูเม ครูเมจะเทสให้ฟรี!  และดูเวลาในการฝึกฝน รวมถึงเลือกคอร์สที่ตอบโจทย์ในเวลา และวันที่เราสามารถมาเรียนได้  KruMae แนะนำคอร์สสไตล์บุฟเฟต์ สำหรับคนที่มีเวลาพอสมควรในการเรียนภาษา เพราะได้เรียนถี่มาก และคุ้มค่ามากมาย

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สอบก.พ.ผ่านทุกวิชา--ยกเว้นโทอิค ทำอย่างไรดี?

สอบก.พ.ผ่านทุกวิชา--ยกเว้นโทอิค ทำอย่างไรดี?

สอบก.พ.ผ่านทุกวิชา--ยกเว้นโทอิค ทำอย่างไรดี?
สอบก.พ.ผ่านทุกวิชา--ยกเว้นโทอิค ทำอย่างไรดี?

โทอิค---ไปไหนก็หนีไม่พ้นจริงๆ

หลายคนนึกว่าข้อสอบโทอิคเป็นสิ่งที่อ่านๆไปแล้วก็สอบได้..
จริงหรือ?  ใครที่พูดแบบนั้นแสดงว่าไม่เคยสอบโทอิค จึงไม่เข้าใจตัวข้อสอบของมัน
ในกรณีล่าสุด  นักเรียนคนนึงเริ่มเครียด เพราะสอบทุกวิชาผ่าน--ขาดแต่โทอิค  และเค้าเรียกตั้ง 500 --จะทำอย่างไรดี?
เรียก 500 นี่ ถือว่าน้อยนะ  บริษัทเอกชลจะเรียกอย่างน้อย 550 ด้วยซ้ำไป...
เม แนะนำให้เริ่มหาสถานที่ๆเป็นผู้เชี่ยวชาญในการติวโทอิคแบบ FMCP English ที่มีช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จมาแล้ว ไม่ควรหาหนังสือมาติวเองเพราะการติวเองนั้นจะใช้เวลานาน และจะไม่ได้เทคนิคในการทำข้อสอบที่ครบถ้วนเมื่อเปรียบเทียบจากครูที่ผ่านการ สอบมา รวมทั้งได้ติวข้อสอบเป็นสิบกว่ารอบ จนเข้าใจตัวข้อสอบอย่างแท้จริง และสามารถอธิบายให้เราเข้าใจได้ง่าย

เอ..ควรเรียนเดี่ยวหรือกลุ่มดี?

ถ้า ให้ชัวร์---ควรเรียนเดี่ยว เพราะเป็นการเจาะจุดอ่อนของเราอย่างแท้จริง รวมทั้งเราสามารถเลือกเวลาในการเข้าติวได้ (เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัดในการติวโทอิค)
ส่วนการเรียนเป็นกลุ่ม นั้น--เพมาะสำหรับนักเรียนที่มีเวลาเพียงพอในการติวและการสอบ  ค่าใช้จ่ายก็จะน้อยกว่าเดี่ยว แต่ต้องหมั่นเตือนตัวเองในการฝึก และการทำการบ้าน

คำถามสำคัญที่สุดในชีวิตผู้ปกครอง--ให้ลูกเรียนหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตร EP ดี

คำถามสำคัญที่สุดในชีวิตผู้ปกครอง--ให้ลูกเรียนหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตร EP ดี?


คำถามสำคัญที่สุดในชีวิตผู้ปกครอง-- ให้ลูกเรียนหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตร EP ดี?

หน้าที่ของผู้ปกครอง--คือ การเลือกการเรียนที่ดีที่สุดให้ลูก   แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าการเรียนแบบไหนจะดี ในเมื่อระบบการศึกษาสมัยนี้นั้นต่างกับที่เราเรียนมาอย่างมากมาย.
สมัยนี้มาทั้ง EP, หลักสูตรสองภาษา,หลักสูตรภาคอินเตอร์, GIFTED และอย่างอื่นอีกมากมาย..
บาง คนเลือกในหลักสูตรที่ตนคิดว่าลูกจะให้ได้..ก็คือสายที่ตนเคยเรียนมา  เรื่องนี้ต้องระวังเพราะ สมัยผู้ปกครองนั้น--ไม่มีทางเลือกหลักสูตรขนาดนี้    ความเป็นไปของโลกสมยก่อนนั้นแตกต่างจากสมัยนี้อย่างสิ้นเชิง

เมมีผู้ปกครองหลายคนโทรมาปรึกษาเมด้านนี้  เมแนะนำว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะผู้ปกครองต้องคุยกับใครก็ได้ที่ทำงานในบริษัท หรือทำการสอนโดยตรง เพราะเค้าจะเห็นความต้องการในการใช้วิชาหรือทักษะนั้นๆ โดบตรง..
การที่ลูกจะอยากเป็นอะไรนั้น--เป็นสิ่งที่เด็กเองก็ไม่รู้ แต่ได้ยินมาว่าผู้ปกครองว่าอะไรดี--เค้าก็เลือกอย่างนั้น  เมจึงแนะนำให้ผู้ปกครองเลือกสร้างพื้นฐานให้เค้า ดีกว่าวางแผนจนจบมหาลัย--เพราะถ้าเด็กเกิดเปลี่ยนใจทีหลัง เด็กก็ยังมีพื้นฐานในการประกอบอาชีพที่เขาชอบ

 เมจึงแนะนนำให้ผู้ปกครองเริ่มการเรียนภาษาของน้องตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงชั้นม. 3   ให้น้องเรียนภาษาอังกฤษพร้อมกับภาษาไทย ยิ่งเรียนตอนเด็กๆยิ่งดีเพราะน้องจะสามารถซึมซับภาษาได้อย่างเร็วและลึกซึ้ง กว่าตอนเรียนเมื่อเป็นผู้ใหญ่  มีนักเรียนหลายคนที่เรียนภาษาตั้งแต่เด็ก  พอขึ้นม.ปลายก็เปลี่ยนเป็นหลักสูตรปกติ แต่ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษนี้--ถึงจะอ่อนกว่าที่เคยเป็นตอนเรียนหลักสูตร ภาษา  แต่เค้าก็เก่งกว่าเด็กที่เรียนหลักสูตรปกติมาตลอด--อย่างมากมาย

ส่งเสริมด้านภาษา--แล้วลูกของคุณจะได้เปรียบกว่าใคร--

ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็ตาม!